[FIC-KW/CNN]PLAY BACK # 6

posted on 25 Jun 2014 18:53 by far-far-always in KhunWooFiction

[FIC-KW/CNN]PLAY BACK # 6

title :: Play back แย่ง

chapter ::6 ทางออก
 couple ::KW CNN ft.TJ  
talk ::ใกล้จะจบแล้วนะ คึคึคึ 
 

ทางออก
ผมว่าเวลาคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผมกับเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วล่ะ
….

“แปลก แปลกจริงๆด้วยสิ”เพราะเสียงหวานที่บ่นพึมพำนั่นเองถึงทำให้คนที่กำลังเคลิ้มกับการนั่งฟังเพลงของศิลปินคนโปรดต้องหันมามอง แล้วพอเห็นหน้าขาวกลมนั้นทำหน้ามุ่ยก็อดไม่ได้จะเข้ามานั่งใกล้อย่างนึกสงสัย
 
“อะไรแปลกเหรออูยอง”เสียงเพราะละมุนหูเอ่ยถาม ดวงตาเจอเรียวละสายตาจากภาพหิมะที่กำลังโปรยปรายอยู่ด้านนอกหน้าต่างมามองหน้าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะกวาดสายตามองไปจนทั่วบริเวณร้านกาแฟ หันกลับมามองแก้วกาแฟตรงหน้าอีกครั้งแล้วถอนหายใจยาว ๆ 
 
“ก็บรรยากาศช่วงนี้น่ะสิ พี่มินจุน ผมรู้สึกแปลกๆเหมือนมีอะไรตามมาอยู่เรื่อยเลย”พูดด้วยเสียงกระซิบกระซาบ มือขาวลูบแขนตัวเองอย่างหวาดกลัวกรอกสายตามองไปรอบๆ
 
“เหมือนคอยโดนจ้องมองอยู่บ่อยๆ เหมือนโดนตามอยู่ตลอดเลยพี่ หรือว่าผมไปทำให้เจ้าที่ที่ไหนโกรธมาหรือเปล่าวะพี่”ทำตาโตถามอย่างตื่นเต้นผสมตื่นกลัว มินจุนฟังแล้วเอามือเท้าคางอย่างครุ่นคิด
 
“นี่มันซีแอตเทิลนะเว้ยอูยอง แล้วแกก็พึ่งมาอยู่แค่ไม่กี่เดือนเอง ผีฝรั่งแถวนี้จะมาจองเวรแกทำไมวะ”
 
“โหพี่มินจุน ยิ่งผมพึ่งย้ายมาใหม่นี่แหละยิ่งใช่เลย แล้วพี่เคยดูพวกหนังผีฝรั่งป่ะ พวกคนเอเชียน่ะตายก่อนพวกแรกเลยนะพี่”อูยองพูดเองก็หลอนเอง พอเห็นแบบนั้นแล้วมินจุนก็อดไม่ได้จะขยี้ผมอูยองแรงให้หายเพ้อเจ้อเสียที

“พี่ว่าแกดูหนังมากไปละล่ะ ตอนนี้ก็เย็นแล้วกลับบ้านกันเถอะ แม่คงรออยู่”มินจุนเอ่ยชวนแล้วลุขขึ้นเก็บของใส่กระเป๋า อูยองก็เลยต้องทำตามอย่างเสียไม่ได้ แม้ว่าจะยังรู้สึกหวาดผวากับบบรยากาศรอบกายตัวเองอยู่ก็ตาม มันเป็นบรรยากาศที่เหมือนมีอะไรตามมาอยู่ตลอดไว้ใจไม่ได้เลย

เขามาอยู่ที่ซีแอตเทิลกับแม่และลุงจินยองสามีใหม่ของแม่ได้ประมาณเก้าเดือนแล้ว แต่ไอ้บรรยากาศเหมือนมีอะไรคอยตามอยู่แบบวิญญาณหลอกหลอนนี้พึ่งมีมาได้ไม่ถึงสองเดือนเลย มันเริ่มจากวันนั้นที่เขาไปโบสถ์กับแม่ไงล่ะ เขาถึงได้รู้สึกหวาดกลัวว่าจะมีวิญญาณตามเขาน่ะ ไว้ใจอะไรได้ล่ะ โดนผีหักคอขึ้นมาจะทำยังไง 

พูดถึงตอนที่ย้ายมาใหม่ ๆ อันที่จริงแล้วเขาก็ใช้เวลาอย่างมากเลยในการปรับตัวเข้ากับคนที่นี่ จากเมื่อก่อนที่เขาค่อนข้างจะเชื่อคนง่ายและไปไหนมาไหนคนเดียวได้ตลอด มาอยู่นี่เขากลายเป็นคนที่ค่อนข้างหวาดระแวง  ถึงใครกลัวทุกคนที่เข้าใกล้แล้วแอบตัวสั่นงก ๆ อยู่คนเดียวไปเกือบเดือนกว่าจะปรับตัวได้ แต่ก็ยังต้องอยู่ติดกับพี่มินจุนตลอดเวลาที่อยู่นอกบ้านอยู่ดี  เขาไม่อาจรู้สึกเชื่อใจใครได้ง่ายๆโดยเฉพาะคนแปลกหน้า เขาเรียนรู้แล้วว่ามันยากมากแค่ไหนที่เราจะหาคนที่ไว้ใจได้ คนบางคนอาจดูแสนดีแต่ก็มีมุมร้าย ๆ ที่สามารถทำร้ายเราได้เช่นกัน

ยังดีที่เขายังมีพี่มินจุนคอยอยู่ด้วยกัน พี่มินจุนเป็นลูกชายของคุณลุงจินยอง จึงถือว่าเป็นพี่ชายเขาอีกคนและพี่มินจุนด้วยความที่คุณแม่เสียตั้งแต่เด็กก็เลยเรียกแม่ของเขาว่าแม่ด้วย 

“อูยอง อูยอง”

“หะ มีอะไรเหรอพี่มินจุน”

“เหม่ออยู่ได้ พี่บอกว่าแม่กับพ่อหนีไปฮันนีมูนกันสองคนอีกแล้วโอ๊ยรอบนี้จะไปนานแค่ไหนนะ แล้วใครจะทำอาหารให้เรากินเนี่ยอูยอง”พี่มินจุนบ่นเป็นเจ๊กตื่นไฟเมื่อเห็นกระดาษที่แม่แปะเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวกับลุงจินยองสักพักแล้วจะรีบกลับมา 

“เราทำกินเองก็ได้น่าพี่มินจุน”อูยองเอ่ยปลอบแล้วรับอาสาจะทำอาหารเย็นวันนี้ให้

“แกทำนี่นะ พักก่อนเลยอูยอง โทรสังพิชซ่าดีกว่า ว่าไปถ้าพี่เจย์อยู่นี่ก็ดีนะ ไอ้ผู้ชายตัวโตๆที่เป็นแฟนพี่เจย์น่ะทำอาหารอร่อยชะมัดเลย น่าจะพอช่วยเราได้บ้าง”มินจุนบ่นแล้วก็บ่น พลางเดินไปหาโทรศัพย์บ้านเพื่อโทรสั่งอาหารพร้อมส่ง

อูยองนั่งลงที่โซฟา ว่าไปแล้วเขาก็คิดถึงพี่เจย์กับพี่แทคเหมือนกัน พี่ๆทั้งสองคนยังคงเรียนต่อที่เกาหลีจนกว่าจะจบซึ่งก็เหลือเวลาอีกไม่นานนัก คิดถึงประเทศเกาหลีที่นั้นหนาวก็จริงแต่ก็ไม่หนาวเท่าที่นี่  อันที่จริงเขาก็คิดถึงจุนโฮด้วย
 
จุนโฮเป็นเพื่อนไม่กี่คนที่เขามีที่เกาหลี จุนโฮเป็นคนน่ารักและนิสัยของเราก็ไปด้วยกันได้ น่าเสียดายที่ตัวเขาเองเป็นคนที่ทำลายความสัมพันธ์ของเรา แม้เขาไม่แน่ใจว่าจุนโฮจะรู้เรื่องราวที่เขาได้ทำลงไปหรือไม่ แต่เขาเองก็รู้สึกระอายใจที่ได้ทำลายความเป็นเพื่อนที่ดีของจุนโฮด้วยการจะเข้าไปแย่งแฟนจุนโฮจนไม่กล้าที่เข้าหน้าจุนโอแล้ว ตั้งแต่เขาจากเกาหลีมานอกจากพี่เจย์พี่แทคเขาก็ไม่ได้ติดต่อกลับหาคนที่นั่นเลย

ไม่เลยแม้กระทั่งคนคนนั้น การที่เราไม่ได้เจอกันมันทำให้เขาพอที่จะลืมเลือนเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นได้
บ้าง เวลาที่ผ่านมาทำให้เขาทำใจที่จะเป็นรู้สึกเฉยๆกับคนคนนั้นได้บ้างแล้ว เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นเช่นนั้น
 
 
“พี่สั่งอาหารมาเผื่อนายแล้วนะ อูยอง ตอนนี้ก็ไปอาบน้ำก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่จะอยู่รอรับของที่เอามาส่ง”มินจุนนั่งลงตรงข้ามพลางดื่มน้ำอัดลมรสหวานในมือ อูยองปล่อยตัวเองออกจากความคิดวาดยิ้มส่งให้มินจุนแล้วเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้านเพื่อจัดการตัวเอง


มินจุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมส์ขณะนั่งรอให้พิซซ่ามาส่ง คิดในใจว่าพิซซ่าจะมาส่งเร็วๆ เพราะถ้าจำไม่ได้ผิด วันนี้เหมือนว่าตอนค่ำจะมีพายุหิมะนี่น่า

“โครม !!”

“โอ๊ย!!”

“อุ๊บ !!”

เสียงที่ดังลั่นขึ้นนั้นทำให้มินจุนรีบวิ่งไปทันทีชั้นสองทันทีแม้ว่าฟังจากตำแหน่งแล้วไม่น่าจะใช่ชั้นสองก็ตามแต่ในบ้านนี้นอกจากเขาแล้วก็มีแค่อูยองที่อยู่ที่ชั้นสองเท่านั้น

“อูยอง อูยอง !!”มินจุนเรียกน้องชายอย่างตกใจมองไม่เห็นอูยองอยู่ในห้องนอน แต่หน้าต่างที่ระเบียงเปิดเอาไว้ทำให้ในห้องหนาวเย็นขึ้น มินจุนรีบเดินไปที่ระเบียงชะโงกหน้ามองลงไปแล้วก็ได้เจอน้องชายต่างพ่อต่างแม่ของเขา

ตอนนี้อูยองนอนกองอยู่บนหิมะข้างล่าง โชคดีที่ห้องของอูยองนั้นถูกออกแบบให้ระเบียงอยู่ต่ำกว่าชั้นสองลงไปเกือบครึ่ง น้องของเขาคงจะไม่บาดเจ็บอะไรมากนัก แต่กับคนอีกคนที่เขาไม่คุ้นหน้านั่นน่าจะเจ็บเอาการอยู่เหมือกันนและที่แน่ ๆ ก็คงจะหนักด้วย ก็น้องชายตัวกลมๆอย่างอูยองเนี่ยเบาเสียที่ไหนกันล่ะ
 
“อูยองน้องลงไปนอนทำไมข้างล่างน่ะ แล้วนั่นเพื่อนเราเหรอ”มินจุนร้องเรียกเสียงดัง อูยองที่นอนคว่ำอยู่บนตัวคนอีกคนรีบเงยหน้าขึ้นมามอง หน้าแปลกสีหน้าอูยองดูตื่นตระหนกและวิตกกังวล เหมือนช่วงแรกที่น้องมาอยู่ที่นี่
 
“คือ ผม เอ่อะ พี่มินจุน คือ ช่วยผมหน่อย”อูยองตอบกลับมาไม่ดังนักแต่มินจุนก็รีบวิ่งเพื่อมาช่วยอูยอง อูยองดูไม่กลัวคนที่มาช่วยรับอูยองจากการตกระเบียงเท่าไหร่ คงจะเป็นเพื่อนนั่นล่ะ แต่หน้าตาแบบนั้น ไม่ใช่ชาวตะวันตก สงสัยจะตามมาเยี่ยมจากเกาหลีล่ะมั้ง

…..

อูยองหันหน้ากลับมาหลังจากที่หันไปพูดกับพี่มินจุนแล้วก็ได้เจอกับใบหน้าเดิม ดวงตาคู่เดียวกับตอนที่เขาตกลงมาจากระเบียงห้องตัวเอง เพื่อตามจับของที่ตอนนี้อยู่ในมือคนที่นอนเป็นเบาะกันกระแทกให้เขาด้านล่าง 

“ขอบคุณ..”ประโยคแรกตั้งแต่ที่ตกลงมาที่อูยองเอ่ยพูดกับคนที่เอาตัวเข้ามาช่วยปกป้องเขาเอาไว้ ร่างเล็กพยายามจะลุกขึ้นแต่คนที่ตอนแรกช่วยกันไว้กลับไม่ปล่อยง่าย ๆ

“เดี๋ยวสิ!!”คนที่มาช่วยกันเอ่ยเหมือนรั้งแต่ก็จำต้องปล่อยอูยองให้ลุกขึ้นเมื่ออูยองหลบตาและแสดงออกทางสีหน้าชัดเจนว่าอึดอัดแค่ไหน

“ขอผ้าผืนนั้นคืนด้วย”อูยองมองของที่อยู่ในมือคนที่พึ่งลุกขึ้นจากกองหิมะได้เช่นกัน เสื้อกันหนาวสีแดงตัวใหญ่เต็มไปด้วยเกล็ดน้ำแข็งขาว ของที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรสักนิด มันก็แค่ผ้าเช็ดหน้าผืนนึงที่บังเอิญลมพัดออกมาจากที่ตากไว้มาติดอยู่ตกกิ่งไม้ใกล้ระเบียง อูยองพยายามที่จะเอื้อมไปหยิบมัน แต่เพราะฝืนเกินไปจึงได้ตกลงมาจากระเบียง คงตกลงมาเจ็บหนักแน่หากไม่ได้ใครบางคนแถวนี้มาเป็นเบาะรองให้

“นี่ผ้าเช็ดหน้าของพี่นี่”คนที่มาช่วยหยิบพาชิ้นนั้นขึ้นมาโบกเป็นหลักฐาน อูยองคว้าผ้าเอาไว้แล้วพยายามคว้ามาแต่ไร้ผลเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยมือ

“นี่ไม่ใช่ของพี่ พี่คุณ”อูยองบอกเสียงกร้าวอย่างใส่อารมณ์ จะมาบอกว่าเป็นของตัวเองได้ยังไงในเมื่อเจ้าตัวปาใส่หน้าเขาแล้วบอกให้เอาไปทิ้ง ของที่คนอื่นทิ้งแล้วถือว่าไม่มีเจ้าของถ้าเขาจะเก็บมาเป็นของตัวเองมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดใช่ไหมล่ะ

ตาเรียวจ้องหน้าคนตรงหน้าที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาหลายเดือนเขม็ง อันที่จริงแววตาของเขาไม่ได้อยากแข็งกร้าวแบบนี้หรอก หากแต่ว่าถ้ามันไม่แข็งกร้าวเช่นนี้แล้วเขากลัว กลัวว่าน้ำตามันอาจจะไหลออกมาง่าย ๆ ก็ได้ 
ไหลออกมาให้กับตัวเองที่ไม่เคยเข้มแข็งพอสักครั้งยามที่อยู่ต่อหน้านิชคุณ 
….

“มิคาเอล เพื่อนนายนี่ชื่อแปลกดีนะอูยอง”

“เป็นฉายาที่เพื่อนเรียกน่ะครับผมก็ใช้จนชิน”มินจุนยื่นแก้วน้ำให้กับเพื่อนของน้องชายที่อยู่ตรงหน้าที่ยิ้มรับ ไม่แปลกใจนักกับฉายาเพราะหน้าตาเพื่อนอูยองก็เหมาะกับการเป็นชื่อเทวดาหนึ่งในทูตสวรรค์อยู่ไม่น้อย  เพราะเห็นว่าหมอนี่คงเจ็บไม่เบาที่ต้องเป็นเบาะกันกระแทกให้กับอูยองจึงได้ชวนเข้ามานั่งพักในบ้านก่อนแม้ว่าอูยองจะไม่ทำหน้าตาดีใจที่ได้เห็นเพื่อนเลยก็เถอะ เอาแต่นั่งขมวดคิ้วจนหน้าผากย่นแล้วน่ะ

“หน้าย่นหมดแล้วอูยอง เพื่อนมาเยี่ยมไม่ดีใจหรือไง”มินจุนแตะหน้าผากน้องชายลูบไล้ร่องหนังย่นๆ จนมันคลายตัวออกมาเรียบเนียนเหมือนเดิม เมื่อเห็นว่าอูยองจ้องตามาทางตัวเองเหมือนจะร้องไห้ก็ขยี้ผมนิ้มนั่นไปอย่างเอ็นดู

“หิวล่ะสิทำหน้าแบบนี้ อ้า !! นั่นไงพิชซ่ามาพอดีเลยเดียวพี่ไปรับก่อนนะ”มินจุนคว้ากระเป๋าเงินแล้วรีบเดินไปที่ประตูบ้าน ทันทีที่เดินลับไปนิชคุณก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดก่อน

“อูยองสบายดีไหม”แม้ในใจจะรู้สึกไม่ดีที่เห็นมินจุนสนิทกับอูยองมากถึงเพียงนั้นแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเองก็พอจะรู้ดีว่ามินจุนเป็นพี่ชายที่สนิทกับอูยองมากแค่ไหน

“พี่ไม่ควรมาที่นี่”อูยองบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ตาเรียวค้อนคว่ำ ไม่แม้แต่จะมองหน้านิชคุณ เมื่อไม่เห็นว่าคำถามของตัวเองจะได้รับการรับตอบรับจึงเอ่ยถามใหม่

“อูยองตกลงมาไม่บาดเจ็บอะไรนะ”

“พี่มาที่นี่ทำไม”อูยองไม่ตอบแต่ถามคำถามกลับ นิชคุณส่งยิ้มจาง ๆ ให้

“พี่มาเรียนต่อ แล้วก็มาเพราะคิดถึงอูยอง”ตาเรียวตวัดมองใบหน้าหล่อเหลาทันที ปากบางไม่พูดอะไรแต่กลับเม้มแน่น

“ทำไมเราไม่ทำตัวเหมือนเป็นคนไม่รู้จักกัน พี่จะอยากให้ผมตายเหรอ”อูยองถามตามตรง นิชคุณอยากให้เขารู้สึกแย่จนตายไปเลยจริงๆน่ะเหรอ ถึงต้องมาเจอกันอีก ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าสิ่งที่ตัวเองเคยทำเอาไว้กับเขาน่ะมันเลวร้ายมากแค่ไหน

“พี่รู้ว่าอูยองต้องรู้สึกแย่ที่เจอพี่ ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาพี่ถึงได้แค่แอบดูอูยองอยู่ห่าง ๆ ไม่มาปรากฏตัวให้เห็นหรือให้อูยองสงสัย พี่พยายามจะแค่คอยเฝ้ามองนายในแต่ละวัน แต่วันนี้พี่เห็นนายกำลังจะตกจากระเบียง พี่เลยรีบเข้ามารับเพราะพี่เป็นห่วงอูยอง”นิชคุณพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายไม่ได้แฝงความหมายใดเป็นพิเศษ เพียงแค่พูดมันออกมาจากใจก็เท่านั้น

ช่วงหลัง ๆ ที่เขามาอยู่ที่นี่ความรู้สึกถึงการโดนตามของวิญญาณก็เป็น นิชคุณเองสินะที่คอยจ้องมองเขาอยู่
“ตกลงมาแค่นั้นผมไม่ตายหรอก โดนทำเจ็บกว่านี้ผมยังมีชีวิตรอดมาได้เลย”อูยองเคยโดนทำอะไรมาให้เจ็บกว่านี้ นิชคุณเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ตาเรียวส่งข้อความนี้ผ่านไปให้ดวงตาโต

“พี่สมควรโดนอูยองโกรธ ถูกแล้วล่ะ ..”คำพูดต่อจากนั้นของนิชคุณถูกหยุดไปเมื่อมินจุนเดินเข้ามาพร้อมพิซช่าถาดใหญ่ในมือ

“เอ้ากินซะจะได้หายหิว มิคาเอลนายก็กินด้วยกันนะถือซะว่าตอบแทนที่ช่วยอูยองไว้”มินจุนเอ่ยปากชวนคนที่ตัวเองคิดว่าเป็นเพื่อนของอูยองเสร็จแล้วก็คว้าพิซซ่าแสนน่ากินขึ้นมาจัดการ อูยองไม่ได้พูดอะไรเช่นเดียวกับนิชคุณ เพียงแค่กินพิซซ่าตรงหน้าไปอย่างเงียบ ๆ

….

“แย่จริง ๆ เลย แย่จริง ๆ “มินจุนบ่นออกมาเสียงดังเมื่อเห็นพายุหิมะที่โปรยปรายอยู่นอกประตูจนตอนนี้พื้นหิมะสูงเกือบถึงหัวเข่า

“หอพักนายอยู่แถวมหาลัยใช่ไหม ฉันว่าคืนนี้นายต้องกลับไปไม่ได้แน่เลยมิคาเอล”มินจุนคาดการณ์แล้วก็สรุปออกมา

“ฉันว่าคืนนี้นายคงจะต้องนอนพักที่นี่แล้วล่ะ”ประโยคที่แสดงออกถึงความมีศีลธรรมของมินจุนทำให้อูยองหน้าซีดเผือดแต่ใบหน้าของนิชคุณนั้นมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
 
“พี่มิน..”

“นอนกับเราได้ไหมอูยอง เพื่อนเรานี่”

“ไม่ !! ให้เขานอนโซฟาห้องรับแขก”ประโยคที่จะเอ่ยห้ามกลายเป็นประโยคปฏิเสธที่แสดงเจตจำนงว่าให้นิชคุณพักที่นี่ได้แต่เป็นที่ห้องรับแขกแทน 

“แต่มันต้องนอนที่โซฟานะอูยอง แถมยังหนาวกว่าในห้องนอน”

“ไม่เป็นไรครับพี่มินจุน ผมนอนได้”นิชคุณหรือที่แนะนำตัวกับมินจุนว่ามิคาเอลกล่าวและยิ้มรับกับความหวังดีของมินจุน
 

“อา… ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่เอาผ้าห่มกับหมอนมาให้แล้วกัน ส่วนน้ำนายไปอาบห้องพี่แล้วกัน ชุดน่ะคงจะพอใส่ชุดนอนของพี่ได้”เมื่อเห็นว่าอูยองสีหน้าไม่ค่อยดีนัก มินจุนจึงกล่าวสรุปทุกอย่าง เดินนำนิชคุณขึ้นไปบนห้อง ขณะที่เดินผ่าน มือหนาของนิชคุณแตะลงหลังฝ่ามืออูยองแผ่วเบา คนตัวเล็กชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ตาเรียวเงยหน้าจ้องตามแผ่นหลังของทั้งคู่ไป 

เป็นตายร้ายดียังไง พรุ่งนี้เขาก็จะให้นิชคุณออกไปจากบ้านของเขาให้ได้


“ตกลงมาเจ็บหรือเปล่า เห็นทำหน้าไม่ค่อยสู้ดี”อูยองไม่ได้สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงจากด้านหลัง เพราะเขาสามารถแยกแยะเสียงของพี่มินจุนกับนิชคุณได้อย่างดี เขาไม่มีวันลืมเสียงของคนคนนั้นแน่นอน

“ไม่เจ็บครับ ผมไม่เป็นไร”อูยองตอบแล้วหันกลับมาพับผ้าเช็ดหน้าใส่ไว้ในกล่องก่อนจะวางไว้บนหัวเตียงตามเดิม อูยองไม่กล้าจะให้เหตุผลตัวเองว่าทำไมถึงจะต้องเก็บผ้าเช็ดหน้าที่นิชคุณเคยรังเกียจที่มันแตะต้องน้ำตาของเขา เอาไว้ใกล้ๆสายตา ยามที่รู้สึกหัวใจกำลังมีความทุกข์เอาจะหยิบมันขึ้นมาใช้มันเช็ดน้ำตาจนแห้ง
อาจเพราะทุกครั้งที่เขามองมันเขาจะคิดถึงเรื่องราวและวันดี ๆ ที่เคยมีกับนิชคุณมากกว่าสิ่งเลวร้าย

“ทำไมอูยองถึงตกลงไปล่ะ”

“ผม… ดูดาวเพลินไปหน่อย”ตอบปัดอย่างไม่รู้ว่าจะตอบยังไง เขาไม่อยากเล่าเรื่องผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ให้มินจุนฟัง ไม่เล่าว่าเขาเคยมีเรื่องราวอะไรกับนิชคุณ มินจุนไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงย้ายกลับมาเรียนต่อที่ซีแอตเทิล สิ่งที่พี่ชายคนนี้รู้ก็เพียงแต่ว่าเขาเป็นโรคกลัวคนแปลกหน้าและย้ายมาเรียนที่นี่กลางภาคเรียนเท่านั้น ถึงจะเคยแอบสงสัยแต่มินจุนก็ไม่เคยเอ่ยถามใครเลยแม้สักคน
 
“เคยทะเลาะกับมิคาเอลเหรอ พี่เห็นเราทำหน้าตาแปลก ๆ ตอนให้เขานอนที่นี่ แต่ตอนนี้หิมะตกหนักนะ แล้วก็มิคาเอลเองก็คงจะคิดถึงเรามากนะถึงได้มาเยี่ยม”

“เหรอครับ”อูยองรับคำอย่างขอไปที มินจุนขยุ้มผมนิ่ม ๆ ของอูยองอย่างปลอบโยน

“เขานอนแล้วเหรอครับ”

“อืม นอนแล้วล่ะ เราเองก็นอนได้แล้วนะอูยอง”มินจุนกอดแล้วโยกตัวอูยองก่อนจะเดินออกไป อูยองมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นอีกครั้ง ตัดสินใจปิดไฟแล้วก็นอนหลับไปเสียจะได้ผ่านคืนนี้ไปไว ๆ 
….

แต่เขาก็นอนไม่หลับ

อูยองกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงอยู่หลายรอบแม้เวลาจะผ่านมาสักพักแล้วแต่ก็ยังไม่อาจข่มตาหลับได้ ลุกขึ้นเพื่อเดินลงไปหาน้ำดื่มดับกระหายที่ชั้นล่าง แสงสว่างของตู้เย็นสว่างขึ้นในความมืด อูยองดื่มน้ำจากแก้วเข้าไปอย่างช้า ๆ เผื่อว่าน้ำเย็นจะทำให้หายฟุ้งซ่านได้ พอคิดถึงตรงนี้ตาก็หันไปมองต้นเหตุแห่งความฟุ้งซ่าน มองเห็นร่างสูงใหญ่นอนอยู่บนโซฟาจนเต็มความยาวได้อย่างชัดเจนเพราะผ้าห่มที่หลุดจากร่างไปกองอยู่บนพื้นทั้งผืน
ตาเรียวจ้องไปที่ผ้าห่มบนพื้น ขาเล็กเดินไปที่ชั้นสองเพื่อกลับขึ้นไปนอน

..ถ้าไม่ติดว่าตัวเองเป็นคนที่มีน้ำใจเกินไป 
อูยองไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิดทำไมถึงได้ถือผ้าห่มอยู่ในมือ ถ้าปล่อยไว้พอหนาวจัดก็ตื่นขึ้นมาหยิบผ้าห่มจากพื้นไปห่มเองนั่นแหละ

เพราะเขาเป็นคนงี่เง่าสินะ อูยองคิดตัดสินตัวเองได้แล้ววางผ้าห่มคลุมร่างใหญ่ให้นิชคุณ ตัดสินใจเดินกลับไปทันที ขาเล็กก้าวจนถึงบันไดที่ใช้ขึ้นชั้นสองโดยไม่เหลียวหลังหันมามองอะไรทั้งสิ้น

อูยองยืนนิ่งเหมือนหินที่โดนสาป คำสาปจากวงแขนแกร่งอบอุ่นที่โอบกอดจากด้านหลัง และลมหายใจอุ่นที่แนบชิดอยู่ใกล้ใบหู

“พี่ขอโทษ”

“พี่ขอโทษที่เป็นคนเลว เป็นคนโง่ เป็นคนใจร้อน วู่วาม ไม่มีหัวคิด”

“พี่ขอโทษอูยองสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ทำกับอูยองไว้”

“พี่ขอโทษที่พี่รู้และบอกเรื่องนี้ช้าเกินไป”

 “พี่ขอโทษที่รักอูยอง ” 

เสียงทุ้มพูดจนจบประโยคสุดท้ายแล้วทิ้งลมหายใจไว้บนแก้มนุ่ม ก่อนกอดที่อบอุ่นจะคลายออกเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อูยองยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นขณะที่ความหนาวเย็นไม่รู้จากไหนผ่านรอบกายเมื่อยืนอยู่ลำพังเช่นเดิม อูยองก้าวเดินขึ้นไปบนบันไดอย่างเชื่องช้าและใจลอย

ตอนนี้นิชคุณคงกลับไปนอนที่โซฟาเช่นเก่า แต่คืนนี้เขาจะนอนหลับไปได้อย่างไรกัน

ยิ่งหวนคิดถึงตอนที่ตกลงมาจากระเบียงแล้วมีนิชคุณรองรับ ทันทีที่ได้ประสานดวงตากับนิชคุณ

เขาก็ได้เรียนรู้แล้วว่า
ที่ผ่านมาตลอดหลายเดือนนั้นเวลาไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลยสักนิดเดียว 
.
.
.
TBC

ใกล้จะจบละเรื่องนี้ หุหุหุ
พี่คุณก็สู้ ๆ นะ อีกนิดนึงอีกนิดนึง น้องมันรักพี่นะแต่ขอน้องมันทำใจหน่อยเนอะ หึหึหึ
..

เรื่องนี้มีพร้อมส่งเหลือ 6 นะคะ ^^
หมดแล้วหมดเลยนะคะ ไม่รีปรินแล้ว

 

LoveMe [KW&CNN&TJ&Jun.K] View my profile

_______

Recommend