[KW]Never let you go #14

posted on 07 Jun 2013 00:46 by far-far-always in KhunWooFiction
Title: Never Let you go
Chapter :#14 if we cry a thousand tears ช่องว่างของความรัก
Couple : NICHKHUN x WOOYOUNG , Taecyoun x Jaebeom,Chansung x Junho, Jun.K
Rate : > NC15 
Writer : LoveMe [KissMe] <
Song: if i cry a thousand tears - RJ Helton

if we cry a thousand tears ช่องว่างของความรัก

เคยไหมเวลาที่เดินไปคนเดียวตามลำพังท่ามกลางสายลมหนาวเย็น ..แล้วรู้สึกเหมือนว่า ข้างๆ มันว่างเปล่าเกินไป
เหมือนมันขาด ..ขาดอะไรไปสักอย่าง

อะไรสักอย่างที่แม้แต่ตอนที่คุณเดินท่ามกลางเพื่อนฝูงมากมาย ..มันก็ยังว่างอยู่ดี ว่างเปล่าอยู่อย่างนั้น  ...พื้นที่ว่างเปล่าที่เมื่อหันกลับไปมอง ก็แค่หวังว่ามันจะไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป

...พื้นที่ว่างเปล่าที่รู้ดีว่ามันเป็นที่ของใคร แต่คุณก็ทำให้มันเติมเต็มไม่ได้  ..ทำให้มันไม่ว่างเปล่าอีกแล้ว ไม่ได้สักที
......

"ไอ้แทค อีกห้านาทีแสตนด์บายแล้วนะเว้ย"เสียงของจุนซูเรียกให้ผมหันไปมอง จุนโฮกับชานซองเป็นคู่แรกที่เดินนำออกไปก่อน  ต่อมาด้วยอูยองที่ทำสีหน้าไร้อารมณ์นำออกไปทันที ..แล้วตามด้วยไอ้คุณที่กำลังปั้นหน้าที่บอกอารมณ์ไม่ถูกเดินตามออกไป  จุนซูส่งสายตาเร่งรัดมาให้ผมอีกครั้ง ผมพยักหน้าตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้  คิม จุนซู คือคนสุดท้ายที่เดินออกไป  ตอนนี้ไม่เหลือใครแล้วนอกจากผมคนเดียว ..ไม่มีสตาฟ ไม่มีทีมงาน ไม่มีพี่ช่างแต่งหน้า ไม่มีฝ่ายเครื่องเสียง ไม่มีพี่มินแจ

..ไม่มีเลยกระทั่งใครสักคน เหลือแค่อค แทคยอน ..อค แทคยอนเพียงคนเดียว..ไม่มีใครอีกแล้ว 

ไม่มีใครเลยสักคนมานั่งข้างเขา  ไม่มีใครสักคนที่ย้อนกลับมา ดวงตาขนาดเขื่องที่เริ่มสมดุลกับรูปร่างขึ้นทุกวันๆ ของอค แทคยอนหันไปมองข้างๆตัวเอง ทั้งซ้าย ..และขวา

ทั้งตรงหน้า  ..หรือแม้แต่ลุกขึ้นมองไปข้างหลัง
ออกเดินสองสามก้าว และมองหา ...เปิดม่านห้องแต่งตัวเข้าไปดู  หรือมองขึ้นไปบนเวที

อค แทคยอยยกนิ้วชี้ขึ้นชี้ไปทางคิม จุนซู

"หนึ่ง"... 

ยกนิ้วโป้งขึ้นเมื่อมองไปตรงตำแหน่งของนิชคุณ

"สอง"...

ยกนิ้วกลางตามขึ้นข้างนิ้วที่ชี้ และนิ้วโป้งที่ตั้งอยู่ เมื่อมองแผ่นหลังที่ไหวเราะหัวเราะของฮวาง ชานซอง

"สาม"...

น้ำหยดใสไหลออกมาจากดวงตาของแทคยอน แต่สายตายังคงมองไปตรงหน้า ยกนิ้วนางขึ้นเมื่อมองไปที่อี จุนโฮ

"สี่"...

แทคยอนยกหลังมือขึ้นปาดน้ำใสออกจากแก้มตัวเอง นิ้วก้อยถูกนำขึ้นมาเป็นนิ้วสุดท้าย จนครบทั้งฝ่ามือ

"ห้า"....

แทคยอนเอ่ยเสียงสั่นเพราะฟันที่กระทบกัน มองดูนิ้วทั้งห้าของตัวเองที่แบอยู่ ยกนิ้วโป้งของมืออีกข้างที่ยังเปื้อนหยดน้ำอยู่ขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วสั่นเทา หันกลับมาชี้ที่อกตัวเอง

"หก"...

น้ำตาอีกหยดที่ไหลลงมา ร่างสูงหันไปมองทางซ้าย  ..ทางขวา ..มองไปรอบๆตัวเขา

มันยังคงว่างเปล่า

แล้วนิ้วอีกนิ้วของเขาล่ะ ..นิ้วอีกนิ้วที่ควรจะยกขึ้นมันไปไหนแล้ว

แทคยอนหลับตาลง ยกนิ้วชี้ขึ้นมา ..ค่อย ค่อยเปิดเปลือกตาขึ้น

แทคยอนมอง ..ที่ว่างเปล่าข้างๆตัวเอง หันปลายนิ้วชี้ไปตรงนั้น  อ้าขยับปากออกมา แต่ไร้สักเสียงพยางค์ที่จะเปล่งออกมา ปลายนิ้วนั้นมันก็สัมผัสได้เพียง ...ความว่างเปล่า

"...."

                                         .....เจ็ด

...........

"เจย์นายจะไปไหนเหรอ"

"ไปหาไอ้จีฮานมันหน่อยน่ะ ..เดี๋ยวสัปดาห์หน้าฉันก็กลับแล้ว ไปนอนต่อเถอะ"

"ไปพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ ..คืนนี้ฉันอยากนอนกอดนายจังเลย"คนตัวโตที่เดินเกาหัวแกรกๆ ขยี้ตางัวเงียเข้ามาใกล้ วาดสองแขนเข้าโอบรั้งเอวบางเล็กในเสื้อยืดสีขาวที่ดูแล้วจะไม่ช่วยป้องกันอะไรกับความหนาวเหน็บข้างนอกหอพักเลยแม้แต่น้อย

"อย่าน่าแทค โตแล้วนะนายน่ะ"เสียงที่เต็มตื้นไปด้วยความอาธรณ์ นิ่มนวล ห่างไกลน้ำเสียงเหวี่ยงๆไปเสียหลายขุมนั้น แม้จะทำให้คนฟังรู้สึกแปลกใจเล็ก -กับความน่ารักที่นานๆครั้งจะได้เห็น- แต่ก็อดจะทำให้หัวใจพองโตไม่ได้ แม้ว่าจะรู้สึกแปลกก็เถอะ ความรู้สึกแปลกๆที่เขาไม่อยากใส่ใจมัน

แค่สิ่งที่เกิดขึ้นรอบๆนี้ คนในอ้อมกอดเขาก็ลำบากใจมากพอแล้ว

"ใครก็โตกว่าเจย์ทั้งนั้นแหละ"อค แทคยอนกระซิบแผ่วเบาบนกลุ่มผมนุ่มสลวย ฝังจมูกโด่งลงไปซุกไซร้รับกลิ่นหอมนั้นเงียบๆ เงียบเชียบสนิทเมื่อคนที่-ฆ่าได้ ส่วนสูงแตะไม่ได้- มาตลอดกลับไม่ยอมพูดสิ่งใด เพียงยืนนิ่ง รับรู้ถึงสัมผัสที่กอดรั้งตนเอาไว้ ราวกับว่ากำลังจะจดจำทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับตัวเอง ราวกับว่าจะไม่มีพรุ่งนี้มาถึงอีกแล้ว

แล้วถ้ามันไม่มีพรุ่งนี้แล้วจริงๆล่ะ ..หากนี่คือคืนสุดท้าย อะไรจะแลกคืนกลับมา เรียกคืนอ้อมกอดอบอุ่นนี้ได้อีกบ้าง
...หากเราทำไม่ได้ หากหมุนย้อนคืนมาไม่ได้อีกครั้ง ...คงไม่แย่นักหากจะรั้งใครสักคนไว้ในอ้อมกอด ..หรือถูกใครสักคนรั้งเอาไว้ในอ้อมกอด

"ฉันรักเจย์นะ"ความเงียบที่โปรดปรายอยู่รอบข้างถูกบิดเบือนด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นเหนือใบหูขาว ถ้อยคำที่แม้จะพูดบ่อย ..แต่ก็อยากพูดอีก ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล เขาก็แค่รัก และอยากแบ่งปันความรู้สึกให้คนที่เขารักให้ได้รับรู้ไว้

ว่าอค แคยอน รัก ปาร์ค แจบอม

รัก และเชื่อในตัวคนๆนี้เสมอ

ต่อให้ใครจะว่ายังไง เขาก็ยังเชื่อในตัวปาร์ค แจบอม ลีดเดอร์ของ2PM

"ฉันรู้ ฉันก็รักนายแทค"แจบอมตอบกลับมาบางเบาไม่แพ้กัน แต่ความเงียบของหอพักยามดึกสงัดก็ทำให้เสียงของฟันขาวที่กระทบกันอย่างสั่นเทานั้นยังดังขึ้นไม่น้อย แทคยอนกระชับกอดแจบอมมากขึ้นอย่างไม่ต้องถามอะไรมากขึ้น เพราะเขารู้ดีว่าตอนนี้เจย์เครียดมากแค่ไหนกับเรื่องข้อความเหล่านั้นที่ถูกนำมารื้อฟื้น มันเป็นเพียงก้าวเล็กๆที่ผิดพลาดแต่กลับไม่ถูกให้อภัยเลยแม้สักนิด

"ต่อให้ใครทั้งโลกจะทิ้งนายไป อย่าลืมว่านายยังมีฉันอยู่นะเจย์ ฉันจะอยู่เคียงข้างนายเสมอ ฉันเชื่อในตัวนายเสมอนะเจย์"กดจมูกโด่งลงไปกับซอกคอที่กรุ่นกลิ่นหอมละมุนกระซิบบอกแผ่วเบา คนตัวเล็กในอ้อมแขนตัวสั่นเทาขึ้นอีกแล้ว

"ฉันรู้แทค ฉันรู้"เสียงเบาหวิวตอบกลับมาแผ่วเบาก่อนที่ความอบอุ่นในอ้อมกอดจะหายลับไปเมื่อคนตัวเล็กในอ้อมกอดผละตัวจากไป แทคยอนรีบวิ่งตามคว้ามือออกไปเพื่อหวังจะเหนี่ยวรั้งคนตรงหน้าไว้ได้บ้าง

แต่กลับไม่มีสิ่งใดตอบแทนกลับมาเลยมันมีแต่ความว่างเปล่า 

ความว่างเปล่าที่เขาไม่มีวันจะไขว่คว้ากลับมาได้

"เจย์"

"เจย์ อย่าไป"

"ปาร์ค แจบอม"
...
"แทค"

"แทคยอน"

"อค แทคยอน"

"ไอ้แทคโว้ย!!!"เสียงเรียกปลุกที่ดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมแรงสั่นรุนแรงของที่นอนที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆทำให้ตัวตาโตเปิดขึ้นในที่สุด ตาคู่โตหยีลงเพราะแสงไฟที่แยงเข้าตาก่อนที่จะปิดตาลงไปและเปิดขึ้นมาใหม่ หันไปมองคนที่กำลังยืนเท้าเอวตัวเองมองหน้าเขาอยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากรูมเมทของเขาเอง

พี่ชายเสียงสวยเช่นคิม จุนซูกำลังยืนเท้าเอวมองหน้าเขาอยู่ หมอนั่นยืนอยู่ข้างที่นอนเขา เงียบอยู่พักนึงก่อนที่จะถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าอย่างเหน็ดเหนื่อยแล้วนั่งลงบนเตียงชั้นล่างที่เขานอนอยู่

"ละเมออะไรเสียงดังวะแทค ชาวบ้านเขาตกใจหมด"เอ่ยว่าแล้วเอื้อมมือมาเช็ดใต้ดวงตาโตของแทคยอน

"แถมยังร้องห่มร้องไห้ เหวี่ยงมือไปเหวี่ยงมือมาอีกฉันก็ตกใจหมดนึกว่าผีเข้า"แทคยอนจับตาตัวเองมันชื้นแฉะจริงดังที่จุนซู แทคยอนเงียบไปแล้วหวนคิดถึงความฝันที่เขาฝันถึงเมื่อครู่ ความฝันแรกคือหนึ่งในคอนเสริ์ตที่ไม่มีเจย์ที่ผ่านไปได้สักพักแล้วและจากนั้นคือคืนก่อนที่เจย์จะไป พอหวนคิดถึงกี่ครั้งก็ตามเขาก็ยังคงเศร้าอยู่เช่นเคยไม่แปลกใจตัวเองเลยสักนิดที่เขาจะละเมอเพ้อเจ้อจนร้องไห้

แล้วเจย์ล่ะ บาดแผลที่เขาลงมือร้ายเจย์คืนนั้นอีกล่ะ ตอนนี้เจย์จะรู้สึกยังไงกัน

"ขอโทษนะพี่จุนซูที่ทำให้ตกใจ"

"เออ"รับอย่างขอไปที เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกเฮือก

"แทควันก่อนนายไปเจอพี่เจย์มาใช่ไหม"เสียงจุนซูที่ถามขึ้นทำให้แทคยอนจ้องหน้ามองนักร้องนำของวงไม่ได้เอ่ยถามว่ารู้ได้เช่นไร แต่ก็พยักหน้ารับว่าใช่

"ต่อให้ยังไงนายก็จะไม่มีวันเลิกรักเจย์ได้ใช่ไหม" มีเพียงความเงียบและแทคยอนที่พยักหน้ารับอย่างเงียบเชียบ

"เฮ้อแทคเอ๊ย แทคยอนนายก็รู้ใช่ไหมว่าเรื่องของนายกับเจย์มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย นายต้องอยู่ห่างกันมากๆติดต่อกันก็แทบไม่ได้ และตลอดเวลาที่ไม่ได้เจอกันซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะอีกกี่ปี อาจจะเป็นสิบปี นายไม่คิดว่าตัวนายเองหรือว่าตัวเจย์เองจะหันไปมีใครคนอื่นอะไรอย่างนั้นบ้างเหรอ"พอสิ้นเสียงที่เอ่ยถามก็เหลือเพียงความเงียบที่ทิ้งเอาไว้ จนในที่สุดก็เป็นแทคยอนที่เอ่ยพูดออกมา

"นายเคยคิดที่จะเลิกร้องเพลงบ้างไหม จุนซู"

"ไม่อ่ะ ฉันรักการร้องเพลงมันคือชีวิตของฉัน"

"เหมือนกัน ฉันรักเจย์ เจย์คือชีวิตของฉัน"สิ้นเสียงจุนซูเงียบไปพักนึงก่อนที่เอ่ยต่อ ตาคู่เล็กหยีมองหน้าแทคยอนอย่างดูจริงจังขึ้นแบบแทบจะไม่คุ้นเคย

"แล้วเจย์คิดกับนายแบบเดียวกันหรือเปล่าวะแทค" เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ แทคยอนเงียบไปเนิ่นนานพอที่จุนซูจะไม่เอ่ยถามอะไรต่อ ลุกขึ้นจากเตียงของแทคยอนวางมือแปะลงบนกลุ่มผมกึ่งหยักโศกลูบแผ่วเบาอย่างให้กำลังใจ
ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้แทคยอนได้ใช้เวลาทบทวนอะไรเพียงลำพัง
....
เสียงที่ดังออกมาจากด้านนอกทำให้คนที่นอนหลับอยู่ขยับตัวไปมาเพราะถูกรบกวนจนทำให้กำลังตื่น มือขาววาดออกไปกลางอากาศเพื่อหยิบนาฬิกาตรงหัวเตียงขึ้นมาดู หยีดวงตาคู่เล็กที่บวมเปล่งเพราะพึ่งนอนไปเพียงแค่สามชั่วโมงขึ้นดูเวลา ตอนนี้หกโมงเช้า เขามีงานตอนแปดโมง พี่ผู้จัดการตัวแทนจากทางญี่ปุ่นจะมารับตอนเจ็ดโมงแล้วถ้าอย่างนั้นตอนนี้ใครกันที่บังอาจมาทำเสียดังอยู่ข้างนอกแบบนี้นะ คิดว่าอย่างเหวี่ยงๆและลุกขึ้นเดินอย่างงัวเงียออกมาจากห้อง หาววอดใหญ่ๆแล้วทรุดตัวลงนั่งมองคนตรงหน้าที่กำลังยืนทำอะไรสักอย่างอยู่ตรงเคาเตอร์ครัว

"อรุณสวัสดิ์ฮะ"เอ่ยทักเสียงงัวเงียอีกหนก่อนที่ทรุดตัวลงไปนอนฟุบกับโต๊ะกินข้าวเรียกเสียงหัวเราะอย่างขบขันและเอ็นดูแฝงมาตามสายลมไม่ยาก

"อูยองง่วงก็เข้าไปนอนต่อก่อนสิครับ ถ้าพี่ทำเสร็จแล้วจะเรียก"เอ่ยบอกถึงอาหารเช้าที่กำลังทำอยู่ในกระทะตรงหน้าคนที่ได้ฟังส่ายหัวเป็นระวิงจนคนที่เห็นอยากจะทิ้งอุปกรณ์การครัวในมือแล้วเดินมาขยี้ผมนิ่มให้หายหมันเขี้ยว

"ไม่เป็นไรครับ ถ้าผมทิ้งพี่คุณอยู่คนเดียว พี่ไม่เหงาเหรอ"เสียงที่เอ่ยบอกนั้นแสนจะงัวเงีย ตาบวมไม่ทิ้งแก้มขาวของคนที่เอ่ยบอกก็ปิดลงไปแล้วเรียบร้อยถึงท่าทางที่ง่วงจัดแบบนั้นก็ตามแต่คนฟังกลับยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

แฟนใครกันน๊าน่ารักที่สุดเลย

"เป็นห่วงพี่ด้วยเหรอเรา หะอูยอง"เอ่ยหยอกแซวขณะที่ใจก็ภาวนาให้อาหารกลิ่นหอมในกระทะนั้นสุกเสียเร็วๆจะได้เดินไปหาคนที่กำลังนั่งพยักหน้ารัวๆก่อนที่จะทิ้งตัวนอนซบแขนตัวเองกับโต๊ะไม้ตรงหน้าอย่างอ่อนเพลียและง่วงนอน นิชคุณยิ้มกว้างแล้วเร่งมือทำอาหารเช้าต่อไป

วันนี้ก็ผ่านมาห้าวันแล้วที่เราได้ใช้คำว่าแฟนร่วมกัน ทุกวันทุกเวลาที่ผ่านมาเขามีความสุขมากๆและเชื่อว่าอูยองเองก็คงมีความสุขมากไม่น้อยไปกว่ากัน เพียงแค่ตื่นขึ้นมาแล้วได้เห็นอูยองอยู่ด้วยกันหรือเดินออกมาจากห้องแล้วเห็นคนตัวเล็กวาดยิ้มหรือหลบฉากไปอย่างเขินอายก็ช่วยให้วันทั้งวันกระชุ่มกระชวยพอแล้ว ถึงแม้ว่าระหว่างวันพวกเขาจะแทบไม่ได้ทำงานร่วมกันเลยก็ตามเพราะตารางงานที่แยกกัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ว่ามันไม่ได้แย่อะไรนักเลย หากเวลาที่เหลือจากการทำงานจะได้กลับมาเจออูยองแบบนี้ ได้ใช้ร่วมกับอูยองแบบนี้ แค่นี้ก็มีความสุขมากเหลือเกินแล้ว

เดินเข้ามาใกล้พร้อมจานอาหารในมือวางจานในมือลงบนโต๊ะอย่างถะนุถนอม อมยิ้มมองคนที่นอนหลับอยู่ก้มใบหน้าลงหอมแก้มนิ่มขาวแล้วลักลอบสูดกลิ่นหอมมาจนเต็มปอดก่อนเลื่อนขึ้นมากระซิบข้างใบหูเล็ก

"ตื่นมาทานอาหารเช้าได้แล้วครับ อูยอง"พอสิ้นเสียงกระซิบคนที่หลับอยู่ก็ขยับตัวลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้า จ้องมองหน้าเขาตาปรือพลางกระพริบตาปริบๆ