Never Let you go#15 {2PM/KW/TJ/CNN}

posted on 03 Jul 2013 18:43 by far-far-always in KhunWooFiction directory Fiction, Entertainment, Asian
Title: Never Let you go
Chapter :#15 Let the sky fail ลมหายใจของเมื่อวาน
Couple : NICHKHUN x WOOYOUNG , Taecyoun x Jaebeom,Chansung x Junho, Jun.K
Rate : > NC15 
Writer : LoveMe [KissMe] <
Song: Adele - Skyfall

เอามาลงต่อจากที่ได้สัญญาไว้ว่าจะลงเรื่องหลักให้จบ
ใครสนใจฉากพิเศษ และตอนพิเศษหลังจากนี้ที่มากถึง 80หน้า(ที่กล้าพูดเลยว่าฟินมาก)
^
^
สนใจจิ้มจ้า

Let the sky fail ลมหายใจของเมื่อวาน


แต่ก่อนยังไงวันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีใครมาเพิ่มเติม

ทุกอย่างยังคงเหมือนอดีตในวันนั้น

.........................

ตอนนี้เขากับนิชคุณกำลังนั่งฟังพี่มินแจพูดอยู่ตรงหน้า พี่มินแจมาแจ้งข่าวดีให้พวกเขาฟังว่าพวกเขาจะได้รับวันหยุดเป็นพิเศษ เพื่อที่จะออกรายการต่างๆ ร่วมกับสมาชิกที่เหลือทั้งวง ต่อจากนี้อีกสองวันสมาชิกทั้งหมดของวง 2PM กำลังจะมาที่ญี่ปุ่น พวกเขาสองคนได้วันหยุดเพื่อรอสมาชิกที่เหลือ วันหยุดที่ไม่นานนักจะมี วันหยุดที่เป็นข่าวดีแต่ก็มีเพียงเขาสองคนที่รับรู้ว่ามันเป็นข่าวดีที่หนักอึ้งเพียงใด เป็นข่าวดีที่แอบแฝงความใจร้ายเอาไว้แค่ไหนกัน

พี่มินแจกลับไปแล้วได้ราวสิบนาทีแต่สมาชิกวง 2PM สองคนที่วันนี้ว่างงานก็ยังคงนั่งอยู่ข้างๆ กันด้วยความเงียบกริบ อูยองนั่งมองฝ่ามือตัวเองที่กำหลวมๆ ไว้บนตัก ในขณะที่นิชคุณกำลังหันมามองเสี้ยวหน้าเอิบอิ่มของอูยอง

"ถ้าอีกสองวันชานซอง จุนโฮ พี่แทคกับพี่จุนซูมาที่ญี่ปุ่น ก็หมายความว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนที่ญี่ปุ่นอีกแล้วสินะครับ" อูยองเอ่ยพูดกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา พอพิจารณาถึงสิ่งที่นิชคุณเคยบอกสัญญาไว้แล้วเขาเองก็เสียดายและรู้สึกเบาหวิวในหัวใจเช่นกัน ..มันกำลังจะจบลงแล้วงั้นหรือ

"หมายความว่าสัญญาเรื่องแฟนของเราก็กำลังจะจบลงเพราะว่าเงื่อนไขในสัญญาของเรามันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว" อูยองพูดต่อออกมา หันไปมองนิชคุณที่กำลังมองกันอยู่ แววตาของนิชคุณมีร่องรอยของความเจ็บปวดอยู่ ความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับที่อยู่ในหัวใจของอูยอง อูยองรู้สึกอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขาก็คิดไม่ออกในหัวใจมันอึดอัดเกินไป 

นิชคุณเองก็รู้สึกเช่นนั้นแต่ก็ไม่อาจที่จะเอ่ยพูดอะไรแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ได้  เพราะว่าไม่กล้าจะยอมรับออกมาว่าต่างก็รักกันและกันมากเท่าไร จึงต้องใช้คำสัญญาผูกมัดตัวเองเอาไว้ เงื่อนไขที่เคยบอกกันในวันนั้นมันเป็นเหมือนกับเส้นเชือกบางๆที่ผูกมัดเขาทั้งคู่เอาไว้และตอนนี้เส้นเชือกนั้นกำลังตึงแน่นแล้วก็กำลังจะขาดลง ปล่อยเขาทั้งคู่ออกจากคำสัญญาที่เราต่างเคยมอบไว้ให้แก่กันและกัน 


หากกล้ายอมรับสิ่งที่ใจตัวเองต่างก็รู้สึกบางทีเขาอาจจะไม่ต้องใส่ใจสัญญาปากเปล่านั่นเลยก็ได้ แต่เขามันคนขี้ขลาด จาง อูยองก็แค่คนขี้ขลาดคนนึงที่กลัวเจ็บจนไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับความรักที่ตัวเองมี



"พอพวกนั้นมาถึงเรื่องราวของเราที่ญี่ปุ่นก็จะกลายเป็นความฝันอีกบทนึง" นิชคุณพูดออกมาบ้างก่อนที่จะทิ้งให้ทั้งห้องเงียบเช่นเคย

.........................

หากอยู่โดยไม่มีหัวใจ ..มนุษย์คงไม่อาจดำรงอยู่ได้
แล้วถ้าหากอยู่อย่างไม่มีจิตใจล่ะ ..เขาคงต้องลองพิสูจน์ดูเอาเองว่าแค่ความทรงจำและลมหายใจของเมื่อวานจะเพียงพอหรือเปล่าสำหรับการมีชีวิตอยู่ต่อไปในวันพรุ่งนี้ 
เขาคงจำเป็นที่ต้องพิสูจน์มัน เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย 
เมื่อความจริงและความฝันต่างยากเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจได้ 

 ..บางทีเราก็คงจำเป็นที่จะต้องปล่อยมันไปทั้งคู่

.........................

เสียงเคาะประตูห้องทำให้จุนซูเดินลุกไปเปิดประตูอย่างไม่ต้องคิดอะไรมากมายเพราะว่าคนที่เขานัดเอาไว้ก็มีแค่คนเดียว ยกมือทักทายคนที่ยืนทำหน้าคิดมากอยู่ตรงประตูห้อง จุนซูวาดกอดรอบคนตัวเล็กอย่างที่ทำเป็นประจำยามเจอเพื่อนแล้วพาหัวหน้าวงของเขาเข้ามาในห้องนั่งเล่นของหอพัก

"พวกที่เหลือเดินทางไปญี่ปุ่นแล้วเหรอ" แจบอมเอ่ยถามออกมาคำถามแรก จุนซูยักไหล่วาดยิ้มให้ตอนนี้ชานซองกับจุนโฮไปถ่ายรายการเพื่อเคลียร์งานก่อนไปญี่ปุ่น ส่วนแทคยอนรายนั้นก็ออกไปเอาของที่นอกเมืองให้ตามคำไหว้วานของเขา

"อืม พวกนั้นเดินทางไปญี่ปุ่นหมดละ" ความจริงบางข้อก็ไม่จำเป็นต้องบอกหากมันไม่ประโยชน์อะไร บางครั้งเขาก็ต้องคิดแบบนี้ล่ะนะ เป็นคิม จุนซูนี่เหนื่อยจริงๆ

"นายมีอะไรเหรอถึงตามฉันมาที่นี่" เจย์เอ่ยถามต่อทันทีไม่แม้แต่จะนั่งพักลงก่อน จุนซูไม่เอ่ยตอบเเต่เดินนำไปนั่งที่โซฟา

"ฉันจำได้ว่านายชอบนั่งโซฟาตัวนั้นเบียดกับอีกคนนึง พวกเราจะนั่งเรียงกันเจ็ดคนดูทีวีบ้าง ดูโชว์ของพวกเราเพื่อหาความผิดพลาดการแสดงเอาไปปรับปรุงกันบ่อยๆ ฉันจำได้ว่าตอนนั้นแม้เราจะยังไม่ดังมากแถมโดนด่าโดนว่าว่างี่เง่า มีแต่แรง หรือร้องเพลงเพี้ยนพวกเราก็ยังหัวเราะด้วยกันทุกวัน ต่อให้วันไหนมีน้ำตา วันต่อมาพวกเราก็ยิ้มได้แล้วเวลาอยู่ด้วยกัน" จุนซูเอ่ยพูดยาวยืดเมื่อเห็นว่าเจย์นั่งลงบนโซฟาตัวที่ชอบนั่งแล้วจึงได้เงียบลง จุนซูไม่เอ่ยอะไรต่อปล่อยให้เวลาที่เคลื่อนไหวในห้องไหลผ่านไปอย่างเงียบๆ แจบอมเองก็ไม่นึกอยากจะพูดอะไรขึ้นมาเช่นกันเพราะยอมรับจากหัวใจดวงนี้ที่แสนอ่อนแอเลยว่าเขาคิดถึงเหลือเกิน คิดถึงบรรยากาศเหล่านั้น คิดถึงห้องห้องนี้ คิดถึงวันเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ช่วงเวลาที่ไม่มีวันหวนคืนมา วันเวลาที่แสนจะมีค่าเหลือเกิน

"คิดถึงวันเวลาเก่า ๆ เนอะ เจย์" ยันตัวลุกขึ้นนั่งให้มั่นคงเท้าศอกไว้กับต้นขาตัวเองเพื่อเป็นหลักในการวางคางลงไปบนฝ่ามือใช้ดวงตาคู่ตี่ที่มีจ้องมองคนตรงหน้า

"นายตามฉันมาเพื่อพูดเรื่องพวกนี้น่ะเหรอ จุนซู งั้นฉันกลับแล้วนะ" แจบอมยกมือขึ้นซับดวงตาเรียวเฉี่ยวของตัวเองอย่างรวดเร็วพอกับตัวที่ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป แต่จุนซูก็ไวพอจะจับยึดข้อมือเล็กเอาไว้


"ฉันรู้นะว่านายทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพวกเรา นายยอมที่จะสู้เพียงลำพัง นายยอมที่จะออกไปเพื่อพวกเรา ฉันขอบคุณในสิ่งที่นายทำเจย์ แต่พวกเราไม่เคยอยากให้มันเป็นอย่างนั้น ต่อให้เจ็บให้ตาย ทุรนทุรายเพราะความโหดร้ายของวงการนี้ ต่อให้ทุกคนกลายเป็นแอนตี้แฟน แล้วเหลือแฟนคลับเพียงคนเดียวที่เชียร์พวกเราเจ็ดคน นายก็รู้ว่าถ้าเป็นแบบนั้นพวกเราจะรู้สึกดีมากกว่าที่นายเสียสละเพื่อเราแบบนี้ แต่นายก็ยังยอมเอาตัวนายแลกเพื่อพวกเรา เจย์นายไม่จำเป็นต้องทรมานตัวเอง นายควรจะมีความสุขกับชีวิตของนายบ้าง นายควรที่จะอยู่กับคนที่นายรัก เจย์ผ่อนปรนให้ตัวเองบ้างเถอะ" จุนซูหยุดหายใจเพราะพูดต่อเนื่องกันยาวนาน จ้องมองหัวหน้าวงที่หันกลับมามอง ดวงหน้าขาวนัยน์ตาวาวไปด้วยน้ำใส ๆ

"ฉันไม่อยากทำให้พวกเขาผิดหวังอีกแล้วจุนซู แค่ข้อความที่ฉันโพสต์ไปอย่างไม่มีสตินั่นมันก็ทำให้เรื่องราวแย่มากขนาดนี้แล้ว" พวกเขาที่เจย์เอ่ยถึงไม่ใช่ใครที่ไหนเลย จุนซูรู้พวกเขาเหล่านั้นก็คือแฟนคลับและทุกคนที่จับตาจ้องมองพวกเราอยู่

"แล้วเรื่องนี้ล่ะ เรื่องของฉันกับแทคมันไม่ปกติเลย มันผิดต่อทุกคน นายคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดยังไง แฟนคลับอีกที่ศิลปินของพวกเขา ไอดอลสัตว์ป่ากลับกลายมารักกันเอง เป็นเกย์เป็นพวกผิดเพศ"เจย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครืออย่างหวาดกลัว ร่างขาวเล็กทรุดลงกับพื้นห้องโดยมีจุนซูนั่งมองอยู่ข้าง ๆ ลูบผิวหลังฝ่ามืออย่างนิ่มนวลและปลอบโยน

"แล้วเขาอีกล่ะ หมอนั่นเป็นลูกชายที่เป็นความหวังของพ่อแม่ เป็นคนที่ทุกคนคาดหวังไว้มากมาย ใครๆ ก็คิดว่านั่นน่ะ แรฟเปอร์นำของ 2PM แฟนต้องสวยมากๆ แน่เลย แล้วคนคนนั้นกับเป็นฉันงั้นเหรอ" แหงนหน้าขึ้นจ้องมองดวงตาของจุนซู มือขาวบีบฝ่ามือของจุนซูจนแน่น

"ถ้าเรื่องนี้มันแค่อารมณ์ชั่ววูบล่ะจุนซู ถ้าวันนึงเราโตกว่านี้ ถ้าวันนึงแทคไปเจอคนอื่นแล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ฉันเป็นแค่เรื่องตลกฆ่าเวลาของช่วงชีวิตที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่านแต่หาที่ระบายออกไม่ได้ล่ะ" จุนซูรั้งหัวหน้าวงตัวเล็กของเขามาไว้ในอ้อมกอด หัวหน้าวงที่น้อยครั้งเหลือเกินจะเผยมุมอ่อนแอหรือน้ำตามาให้พวกเขาเห็น กำลังสั่นเทาอยู่ในอ้อมกอดของเขา

"จุนซูฉันกลัว ฉันมันคนอ่อนแอ ฉันไม่พร้อมที่จะเจ็บปวด ไม่พร้อมที่จะร้องไห้ ไม่พร้อมที่จะโดนทิ้งถ้าปล่อยให้เรื่องราวของเราผ่านไปนานกว่านี้ ถ้าฉันรักแทคยิ่งกว่านี้ ปล่อยให้เรื่องของเราผูกพันกันกว่านี้ฉันจะไม่มีวันตัดใจจากแทคได้ จุนซูฉันจะทำยังไง ถ้าต้องเลิกรักแทคตอนนั้น ฉันต้องตายแน่ ๆ ฉันทำไม่ถูกหรือยังไงที่คิดจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม จบปัญหาทุกอย่างตั้งแต่ตอนนี้ ฉันผิดเหรอที่กลัวว่าจะรักไปมากกว่านี้ถึงต้องบอกให้ตัวเองตัดใจฉันผิดเหรอ คิม จุนซู"

"ปาร์ค แจบอม" ลูบผมนิ่มของคนในอ้อมกอดแผ่วเบา น้ำเสียงไพเราะขับขานเรียกชื่อที่ฟังกี่หนก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจอยู่เสมอมันแผ่วเบาแต่ทรงพลัง

"นายไม่ผิดหรอกที่จะรู้สึกแบบนั้น แต่ฉันขอถามอะไรนายหน่อยนะเจย์ เวลานายกอดผู้ชายคนอื่นหรือโดนผู้ชายคนอื่นกอดเหมือนอย่างที่ฉันกอดนายตอนนี้ มันรู้สึกไม่เหมือนเวลาอยู่กับแทคใช่ไหม มันต่างกันและนายก็รู้สึกดีกว่าถ้าเปลี่ยนจากฉันเป็นแทค นายลองถามตัวเองดูนายชอบผู้ชาย หรือว่านายชอบอค แทคยอน" จุนซูเว้นช่วงไปเมื่อรู้สึกว่าคนในอ้อมกอดสั่นเทากว่าเก่า อ้อมแขนจึงเพิ่มแรงกอดรัดมากขึ้น

"ตลอดเวลาที่นายไปอยู่โดยไม่มีแทคยอน นายหยุดรักมันได้ไหม นายรู้สึกทุรนทุรายเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ใช่ไหมล่ะ แค่คิดถึงชื่อหรือหน้า หรือแค่กลิ่นผมหลังจากที่แทคมันสระผมแล้วเข้ามาเล่นกับนาย นายก็รู้สึกเหมือนอกทั้งอกกำลังกัดกร่อนและจะสลายไปเลยใช่ไหมล่ะ เจย์ถ้าเป็นแค่รักชั่ววูบมันจะไม่ปางตายขนาดนั้นหรอกนะรู้ไหม เจย์"

"แล้วรู้ไหมแทคน่ะมันก็อาการไม่ได้ต่างจากนายเลยนะ ภายนอกมันอาจจะยิ้มแต่ข้างในหัวใจมันน่ะแหลกลานจนไม่เหลือดีเวลาที่ไม่มีนาย มันเป็นแบบนาย เป็นแบบที่ฉันบอกแต่อาจจะหนักมากกว่านี้อีกก็ได้"

"จุน ..จุนซู แต่.."

"เจย์ การที่จะหา