[FIC-KW/CNN]Play back แย่ง #2

posted on 12 Apr 2014 19:28 by far-far-always in KhunWooFiction

title :: Play back แย่ง
chapter ::2 สั่นไหว
couple ::KW CNN ft.TJ
talk :: 

เรื่องนี้กำลังเปิดรวมเล่มนะคะ

พิมพ์รอบนี้รอบเดียวไม่มีรีปรินต์

ใครสนใจ จิ้มไปสั่งได้ค่ะ

ฟอร์มสั่งฟิคCNN/KW เรื่องPhysical affection และPlay back





สั่นไหว 

ผมไม่รับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว …ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเชื่อมันผิดไปหมดแล้ว
ผมไม่รู้อีกแล้วว่าอะไรที่มันเป็นจริง อะไรมันเป็นเพียงสิ่งที่ปั้นแต่งขึ้นมา
อะไรเป็นสิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ….ผมไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้
มันทำให้ผม …กลัว

…หนาว…
ความรู้สึกแรกที่เข้ามาก่อนเขาจะค่อยๆขยับเปลือกตาขึ้น สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาคือผนังสีขาวๆที่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่ามันเป็นส่วนไหน ตาคู่สวยกระพริบอีกสองสามทีก่อนจะมองใหม่อีกครั้ง

..เพดาน..
หลอดไฟแสงเรืองๆที่กำลังส่องสว่างบอกเขาเช่นนั้น
ร่างเล็กขยับตัวเบาๆ ก่อนจะชะงักลง

….เจ็บ…..
มือบางจิกลงไปที่เบาะหนังที่เป็นแหล่งพักพิงให้แก่เขาตอนนี้ ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความระบม

..ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนนี้วิ่งเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ..ทุกฉากทุกตอน
จนเขาสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ หยดน้ำใสๆไหลดิ่งลงมาเลอะดวงหน้าเนียน

อูยองเปื้อนหน้าไปมองโซฟาสีเบตตัวที่อยู่ตรงข้ามกัน …ที่ๆจารึกทุกความทรงจำเมื่อคืนนี้
ความทรงจำที่อูยองจดจำมันได้ดีเกินไป …ยานั่นไม่ได้ทำให้ง่วงอย่างที่ภาวนาดังในตอนเริ่มแรกสักนิด ..มันเพียงทำให้รู้สึกมึนงงในช่วงต้น
..แต่ต่อจากนั้นมัน……


ร่างเล็กสั่นเทาราวกับนอนอยู่ในอ่างน้ำแข็งที่ติดลบหลายองศา ..แตกต่างจากร่างกายที่ร้อนจนแทบหลอมละลายเมื่อคืน
ตาเล็กที่ฉ่ำชื้นน้ำตา มองกราดไปทั่วโซฟาตัวตรงข้าม ถึงแม้ตอนนี้เขาจะยังอยู่บนโซฟาเมื่อเดิมก็ตามที..อย่างน้อยนิชคุณก็ยังมีน้ำใจไม่ให้เขานอนอยู่บนนั้น แต่เช่นไรเขาก็ไม่มีค่าพอที่จะให้เข้าไปนอนในห้องที่อบอุ่นและสบายตัวกว่านี้ ..เขาไม่ใช่คนที่คู่ควรขนาดนั้น
น้ำตาหยดใสกลิ้งลงอาบแก้มอย่างไม่รู้เบื่อ สายตามองคราบรอยที่ทำให้โซฟาตรงหน้าด่างพร้อย …ด่างพร้อย ไม่ต่างอะไรจากตัวเขา

มองลงมาที่ตัวเอง เสื้อผ้าถูกใส่ไว้อย่างลวกๆ กระดุมที่มีเม็ดกลัดรังไม่ครบดี กางเกงที่ใส่ทิ้งไว้อย่างไร้เข็มขัดมาช่วยพยุงอย่างเก่า ความอบอุ่นอีกอย่างที่ปกป้องร่างกายก็เป็นเพียง เสื้อคลุมตัวใหญ่ …ที่ไม่ใช่ของเขา 
อูยองเหวี่ยงสะบัดเสื้อตัวนั้นออกจากตัวไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนมันลอยไปกองอยู่อีกฝั่ง ร่างเล็กสั่นผับๆ


กลัว …ตอนนี้เขากลัวเหลือเกิน
สัมผัสของนิชคุณไม่ได้ทำให้เขาขยะแขยง ..แต่มันทำให้เขากลัว
มันทำให้เขาสั่นไหว และหวาดหวั่นไปหมด 
..กลัว อูยองกำลังกลัว


ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว …ตาเล็กกวาดมองไปทั่วห้องนี้ที่ถูกตกแต่งไว้แล้วดูอบอุ่นและมีระดับ แต่มันกำลังทำให้หัวใจดวงเล็กๆหนาวเหน็บอย่างที่สุด

มือบางควานคว้าเสื้อคลุมของตัวเองที่ตกอยู่แถวนั้น ขึ้นมาครอบครอง ..ส่วนประกอบชิ้นอื่นๆนั้นถูกเมินเฉยเพราะความเร่งรีบและความอยู่ไม่เป็นที่ ..หมวก ถุงเท้า เข็มขัด หรือผ้าพันคอต่างๆที่กระจัดกระจายทั่วห้อง ถูกทิ้งไว้เช่นนั้น …ร่างเล็กที่หน้าตาตื่นตระหนกและหวั่นกลัวคว้ากอดเสื้อคลุมไว้ในอ้อมอก ก่อนที่จะลุกขึ้นเพื่อออกไปจากห้องนี้


…เจ็บ…
โครม!!!
แม้กระทั่งตอนนี้ที่จิตใจกำลังตระหนกเต็มที่ …แต่มันก็ไม่มากพอจะสั่งให้สัญชาติญาณลืมความเจ็บแล้วเอาตัวรอดไปซะ
ร่างของอูยองร่วงลงกระแทกพื้นไม้ข้างล่างอย่างแรงเพราะความเจ็บ จนเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม
เข่าขาวที่กระแทกพื้นจนรู้สึกเจ็บแปลบ ช่วงตัวและสะโพกที่เจ็บอยู่ ยิ่งเจ็บกว่าเดิม ท่อนแขนและข้อศอกขาวที่ถูกลงกับพื้นแข็งจนออกรอยม่วงช้ำ ..บดเบียดกับรอยสีกุหลาบและรอยแดงช้ำเมื่อคืน

นิชคุณยังไม่ออกมา ..แม้เขาจะทำเสียงดังรบกวนถึงเพียงนี้

…ไม่อยู่ ..นิชคุณไม่อยู่

เขาต้องรีบไป

ไป!!


โครม!!!
…ความเจ็บปวดเท่าทวีขึ้นอีก…
ร่างเล็กหล่นกระแทกพื้นอีกครั้งเพราะความเจ็บปวด ..ทั้งๆที่เดินไปยังไม่ถึงสามก้าว
มือบางทุบลงกับพื้นน้ำตาใสไหลรินลงมาอีกครั้งทั้ง เจ็บตัว เจ็บใจตัวเองและหวาดกลัว



ตาที่กำลังจะปิดเพราะความบวมเจ่อ เบิกกว้างโตขึ้น แขนเล็กสั่นสะท้านพยุงตัวเองขึ้น ขาทั้งสองพยายามยันตัวเองลุกขึ้น





โครม!!!
อีกครั้งที่อูยองรับความรู้สึกเจ็บจากการร่วง
…เพียงไม่ถึง24ชั่วโมง ตอนนี้เขาเจ็บช้ำทั้งใจและทั้งร่างกายเสียหาย บาดเจ็บเสียยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาตลอด 20 ปีนี้รวมกันเสียอีก


อูยองเหนื่อย อูยองเจ็บ อูยองแปลบแสบไปทั้งกาย อูยองกำลังจะแตกสลาย อูยอง …กลัว 






โครม!!!
เมื่อเห็นว่าการที่จะลุกขึ้นเดินไปตอนนี้มันลำบาก และอาจไม่ทันเวลาในที่สุด อูยองเช็ดน้ำตาที่เอ่อบังทางออก กัดริมฝีปากที่แดงช้ำอยู่ก่อนแล้วแน่น
เข่าและแขนเล็กค่อยลากตัวเองที่กองแทบพื้นให้เคลื่อนไปข้างหน้า อกบางที่อยู่ในเสื้อที่ไร้ความมิดชิดกำลังทำให้แผ่นอกน่าถนอมเป็นรอยแดง อูยองค่อยขยับคลานไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่ตอนนี้จะทำได้



…ต้องออกไปจากที่นี่ก่อนที่นิชคุณจะกลับมา …ต้องออกไป
..ต้องไป ..ไม่เอาแล้วไม่อยากได้แล้ว


..ไม่เอานิชคุณอีกแล้ว
ไม่เอาแล้ว 
ไม่รักนิชคุณแล้ว …ได้ไหม



มือบางยกขึ้นเช็ดปาดน้ำตาตัวเองก่อนยันลากไปข้างหน้าอีกที แผ่นอกที่แดงเถือกถูกชันลุกขึ้นนั่งเมื่ออูยองมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู ..ทั้งเข่าและหน้าขา แขนและลำคอ ทุกส่วนแดงเถือกเพราะแรงเสียดสี ..จนเก็บกลืนร่องรอยก่อนหน้าไปอย่างแนบเนียน

ร่างเล็กสั่นผับๆยันตัวลุกขึ้นอีกครั้ง ..พอจะพยุงตัวเองได้บ้าง
รองเท้าผ้าใบดูลำบากเกินไปที่จะหยุดใส่ มือขาวจับที่ลูกบิดประตูและเร่งออกไปทันที


……

ผมกำลังรอ
รองเท้ามียี่ห้อจัดการเตะโครม กระป๋องโค้กสีแดงออกไปให้พ้นทาง
วันพิเศษ …วันสำคัญ 27 ธันวาคม
คนสำคัญที่สุดของผม …เองก็กำลังรอเช่นกัน




“พ… พ… พี่แทค”เสียงที่เรียกทำให้คนที่แกว่งขาเบื่อๆอยู่ตรงเสาไฟต้นหนึ่งข้างรถมอเตอร์ไซร์คันเท่ห์เงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียง …สิ่งที่เห็นในสายตาทำให้เขาลืมเรื่องที่คิดอยู่ในหัวไปทั่วขณะร่างสูงรีบรุดเข้าไปหาเจ้าของเสียงทันที


“อูยอง ..ทำไม”แทคยอนหมดคำที่จะเอ่ยถามต่อกับสภาพของรุ่นน้องตอนนี้ ..นอกจากเสื้อผ้าหน้าผมที่ยุ่งเหยิงกับรอยแดงไหม้เป็นแถบเกือบทั้งตัว ยังดวงหน้าขาวที่แดงก่ำเพราะการร้องไห้ที่ยังมีน้ำตาเป็นหลักฐานยืนยันอยู่แบบที่ไม่เคยจะเห็นไอ้คนอารมณ์ดีสุดกวนนี้จะเป็นสักครั้ง

อย่างกับไม่ใช่อูยอง

“พ.. พี่ ..พี่เจย์ล่ะ ..พี่เจย์ล่ะพี่แทค”อูยองเสียงสั่นเอ่ยหาคนรักของแทคยอน ดวงตาคู่เล็กเต้นระริกพอกับเสียง มือขาวจับที่แขนเขาแน่นเอ่ยถาม

“เจย์รออยู่ที่ห้อง เขาให้พี่มารอรับนาย เขาตกใจมากเลยนะตอนที่ได้ยินเสียงนายโทรไปหาน่ะ …”แทคยอนอยากจะเอ่ยเล่าให้หมดทั้งสีหน้าท่าทางของคนตัวเล็กที่ห้องว่าตกใจแค่ไหนทันที่รับสายอูยอง ..ทั้งสีหน้าที่แสดงออกถึงความเครียดกับสถานที่รับที่ห่างไกลจากหอพักของอูยองไปมาก ..ทั้งเสียงตวาดว๊ากที่ที่รักไล่ให้เขารีบมารับตัวอูยองไปหา ..ถ้าไม่ติดว่ามอเตอร์ไซร์คันหรูของเขามันไปไหนมาไหนเกินสองคนไม่ได้ ..เจย์เองคงจะควบตามมาด้วยเป็นแน่ ทั้งเรื่องอะไรอีกเพียบ

แต่แทคยอนก็เลือกจะกลืนลงคอไปเสียทันทีกับสภาพของคนตรงหน้าที่เห็น ยิ่งร่างเล็กจู่ๆก็ร่วงลงมาไม่รู้เพราะที่มาของรอยแดงหรือเพราะร้องไห้มากไปกันแน่ จนเขาแทบถลาเข้าไปโอบรับไว้ไม่ทัน

“อูยอง อูยอง ได้ยินพี่ไหม ..ขึ้นรถไหวไหม”เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าไอ้รถสองล้อนี่ช่างประโยชน์ต่ำต้อย หรือรู้สึกอยากใช้บริการรถแท็กซี่ขึ้นมาตงิดๆ เมื่อเห็นว่าอูยองถ้าจะขึ้นรถไหวก็คงจะทรงตัวอยู่ไม่ได้

แทคยอนเกาหัวแกรก พยุงร่างที่ไม่ได้โตเกินจากแจบอมไปสักเท่าไหร่ในอ้อมอกขึ้นบนรถ ก่อนเขาจะค่อมขึ้นตามมา สอดมือเข้ารั้งเอวให้พิงมาที่อก และกั้นไว้ไม่ให้ล่วง เพื่อไปจับกับแฮนด์มอเตอร์ไซร์

“ตั้งสติไว้นะอูยอง …เดี๋ยวพี่จะพาไปหาพี่เจย์แล้วนะ ..อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ”แทคยอนเอยบอกครั้งสุดท้ายก่อนจะเร่งเครื่องออกตัวไปอย่างรวดเร็ว


สายตาคมจดจ้องภาพตรงหน้าจากมุมเล็กๆด้วยสายตาที่สั่นระริก สันกรามได้รูปขบกันจนเป็นรอยนูน ..ทุกภาพทุกตอนนั้นเขาเห็นมันอย่างชัดเจน ..แบบไม่จำเป็นต้องพึ่งคำบรรยายใดๆ
..ถุงยาสีขาวในมือถูกกำไว้จนยับแหลกคามือ ..เม็ดยา ผ้าก็อต หลอดครีม และต่างๆภายในถุงไม่ได้ทำให้ฝ่ามือหนารู้สึกเจ็บอะไรแม้แต่น้อย กรามสันและมือที่กำแน่นพาให้ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างน่ากลัว


..เสียแรงที่เป็นห่วง…


“จาง อูยอง!”

…..

ผมจำไม่ได้แล้วว่า เพราะอะไรเราถึงได้มีระยะทางระหว่างกันยาวขึ้น
ผมผิดหรือเปล่าที่ปล่อยให้ใครอีกคนเข้ามา ..ทั้งๆที่ปลายนิ้วเรายังคงสัมผัสถึงความอบอุ่นของกันและกัน
แต่ไม่ว่ายังไง ..ตอนนี้
ผมต้องการเขาผมแค่รู้สึกเช่นนั้น

….20 dec…

“ขอทิปเป็นรอยยิ้มหวานๆของนายได้ไหมล่ะ จุนโฮ”เสียงของเพื่อนคณะคหกรรมที่หน้าตาก็โหดเอาเรื่องแต่ดันทำเค้กได้รสเลิศจนช่างทำขนมบางคนยังอิจฉา …เอ่ยขอทิปจากคนตาหยีที่เอื้อมมือขาวมารับเค้กสำหรับวันที่ใกล้ช่วงคริสมาสตร์เข้ามาทุกทีอย่างวันนี้


แม้จะอีกเกือบสัปดาห์ที่จะถึงวันคริสมาสตร์ แต่ก็คงไม่ผิดนักหากคนที่รักขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ ..อย่าง อีจุนโฮจะมานำเค้กเข้าข่ายเทศกาลไปฉลองก่อน


“ถ้าอย่างงั้นก็แถมไอติมบลูเบอร์รี่ให้อีกสกรูฟนะครับพี่ดูจุน นะนะ”เอ่ยขอ ..ตาคู่เล็กทำเรืองรองรังสีออดอ้อนออกมาจนคนที่โดนอ้อนรู้สึกเก้อเขิน จนทำอะไรแทบไม่ถูก มือสีคล้ำเกาท้ายทอยตัวเองแกรก หมุนคว้างราวใจเต้นแรงก่อนจะก้มหน้าจัดการกับไอติมบลูเบอร์รี่อย่างเจ้าตัวต้องารส่งให้ทันที


จุนโฮประสานมือแล้วฉีกยิ้มหวานจนตาหยี ..รอยยิ้มงดงามที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสว่างไสว แบบที่หากไม่เกรงใจหิมะที่ตกหนักเมื่อคืนนี้คงพากันละลายไปเพราะรอยยิ้มหวาน



“ขอบคุณนะครับ พี่นี่น่ารักที่สุดเลยครับพี่ดูจุน”จุนโฮรับโคนไอติมสีม่วงอ่อนมาครองในมือเอียงคอเล็กน้อย เอ่ยขอบคุณแล้วคว้าไอ้ติมน่าอร่อยมาละเลียด้วยปลายลิ้นอมชมพู ใบหน้าน่ารักทอยิ้มเป็นประกาย …เป็นการให้ทิปแก่ดูจุนตามอย่างที่ประสงค์ไปแบบไม่รู้ตัว



…ถ้ารอยยิ้มฆ่าคนได้ ก็กรุณามาเก็บศพยุน ดูจุนด่วน
โคตรน่ารักเลยอ่าาาา งื้ออ อิจฉา นิชคุณที่สุดเลย T^T


ใครๆก็รู้ว่าคนน่ารักตรงหน้าเขาที่ยังคงเอร็ดอร่อยกับไอติมในมือนั้น คบหากับนิชคุณผู้ที่ใครๆเองก็ฟันธงว่ามันรักมันหวงแฟนอย่างร้ายกาจที่สุด ..แต่นั่นล่ะมันก็นิสัยดีเวอร์ๆ
ก็เลยกลายเป็นคนน่ารักที่ใครๆก็หมายปอง กับไอ้หล่อหน้าเทพบุตรที่ใครๆต่างก็อิจฉา 
คบกันมาได้เกือบปี ให้พวกเขาได้แต่อิจฉา ..ถ้าได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ทุกวัน ยุน ดูจุน ยอมบาปกินกบาล (ถึงว่าสิเนอะ ไอ้คุณมันถึงได้หวงจังเลย)


“เอาล่ะครับ พี่ดูจุนผมจะให้ทิปแล้วนะ”จุนโฮเอ่ยทั้งๆที่ยิ้มแฉ่งอยู่


“มะ ไม่ต้องแล้วล่ะ พี่ได้เกินคุ้มแล้วจ้ะ”ขืนได้มากกว่านี้ กูหัวใจวายตาย


“อ่าาา ขอบคุณนะครับ”จุนโฮยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะจัดการเลียเจ้าไอติมผู้โชคดีที่ติดอยู่บนกลีบปากละมุน ก่อนจะหันหลังพาเค้กก้อนน่ากินออกไปจากร้าน

ทิ้งไว้แต่เจ้าของร้านผู้เวิ่นเว้อกับกองขนมเค้กที่วางอยู่ในตู้อย่างเป็นระเบียบ

..ตาย กูตาย มาเก็บศพ ยุน ดูจุนที ความน่ารักทำหัวใจหยุดเต้นไปแล้ววววววววว

.

.

.


“วันนี้หิมะจะตกไหมนะ”สายตาเรียวเงยหน้าขึ้นมาท้องฟ้าที่ทอแสงอุ่นกลมกลืนไปกับฟ้าสีส้มฟ้าน่ามอง มือขาวยกขึ้นบังตา

..แล้วที่อื่นล่ะจะตกไหมนะ
มือขาวซุกลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทก่อนจะก้าวเดินต่อไป ใบหน้าน่ารักมุ่ยลงดูหงอยเหงา จนดอกไม้อยากจะเฉาเหี่ยวตาม



..ถูกกับอากาศหนาวๆซะที่ไหน
คิดไปพลางเดินก้มหน้ามองปลายเท้าที่พาก้าวไปตามทางหินคอนกรีตตรงหน้า ..ทำไมมันถึงได้ดูเงียบเหงาขนาดนี้นะ
ข้างกายเขาออกจะร่ายล้อมไปด้วยผู้คน
..คนที่อยู่เคียงข้างใจ



ขยับเดินไปเรื่อยๆ ปลายเท้าที่สายตาเลกจับจ้องค่อยๆพาร่างเล็กตรงไปตามทางตรงหน้า มือขาวอีกข้างก็แกว่งถุงใส่เค้กคลอจังหวะไปเบาๆ
..เหงาได้ลงคอหรือ จุนโฮ



พลั่ก!!!



“อ๊ะ ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”จุนโฮรีบเอ่ยขอโทษทันทีเมื่อกระแทรกเข้ากับคนที่เดินสวนทางกัน ทั้งๆที่ตัวเองต่างหากที่เป็นฝ่ายล้มลงไปกองอยู่กับพื้น เอ่ยขอโทษที่เขาเป็นคนผิด เพราะมัวแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่ได้
..มัวแต่คิดถึงใคร บ้าจริงอี จุนโฮ



“ขอโทษนะครับ ขอโทษ”ปากบางพร่ำขอโทษเช่นนั้น มือก็ควานคว้าถุงขนมเค้กที่กลิ้งกุกอยู่บนพื้น ..ไม่รู้ว่าเค้กจะเละหมดแล้วหรือยัง มือบางหยิบกล่องเค้กสีสวยออกมาก่อนจะแกะดู 



ดวงตาคู่เล็กหม่นลงในทันที ..เค้กก้อนสวยบัดนี้มีสภาพไม่ต่างจากกองระเนระนาดของพินเวลาโดนโบลิ่งเจ้ากรรมมารังควาน ใบหน้าน่ารักกำลังเบะเหยเพราะเสียดาย



“นูนอ”
เสียงเรียกชื่อที่ไม่ได้ยินมานานทำให้คนที่น้ำตากำลังจะพาลไหล ทำตาโตกว้างขึ้น



ชื่อ ชื่อนี้ ..เงยหน้าขึ้นมามองไปที่ต้นเสียงทีอยู่สูงขึ้นไป
นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้มีใครมาเรียกให้ฟัง 



“นูนอจริงๆด้วย”นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เจอ
นานแค่ไหนแล้ว



“ชานซอง”



“เผละ!!!”



“นูนอ~~~~”



.

.


.


“อ้ะ ผ้าขนหนู”มือบางรับเอาผ้าขนหนูจากมือใหญ่ตรงหน้ามาครอง ใบหน้าขาวกำลังแดงขึ้นและประหม่าขัดเขินไปหมด ..ไม่คุ้นชินเลยสักนิด ทำไหมนะ




“ขอโทษนะที่ทำให้นายต้องเลอะ”จุนโฮเอ่ยขอโทษหยิบผ้าขนหนูเช็ดตามท่อนแขนขาวของตัวเอง …พยายามละสายตาจากคนตรงหน้าที่เหลือเพียงเชิ้ตขาวชื้นๆ กับกางเกงขายีนส์สีสวย

“ไม่เป็นไรหรอก”


มันเป็นความผิดของเขาเองที่จู่ๆ ..ก็มือไม้อ่อนจนเค้กเจ้ากรรมหล่นลงมาระหว่างกลางเขากับคนตรงหน้าที่ยืนอยู่ชิดกัน ..พาให้เสื้อพาเลอะเทอะไปด้วยครีม นม ขนมปัง จนดูไม่ได้
ก็ยังดีที่หอพักของชานซองอยู่แถวนี้เลยมีที่ให้จัดการกับเจ้าครีมเลอะๆพร้อมกับเสื้อโค้ท เสทื้อนอกและกางเกงตัวยาวของจุนโอที่ดันเลอะเข้าเสียเต็มๆ ให้ไปอยู่ในตระกร้าผ้าเพื่อรอซัก




บรรยากาศในห้องตอนนี้เงียบเสียจนรู้สึกว่าโมเลกุลอากาศอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด
จุนโฮวางผ้าขนหนูลงบนตัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ปลายโซฟา
“นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ”เอ่ยถามเบาๆ …อยากได้คำตอบแต่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยถามชัดถ้อยชัดคำ ใบหน้าขาวขึ้นสีจัดเบาๆ ก่อนจะก้มลงมองต้นขาขาวของต้นเองที่เผยิบผยาบอยู่ในกางเกงขาสั้น




“ก็ประมาณสองอาทิตย์ได้แล้วล่ะ”ดวงตาเรียวมองไล้ไปตามดวงหน้าที่ชื้นน้ำใสอย่างช้าๆ ดวงตาคู่กลมโตที่ยังดูอบอุ่นแม้จะวาดล้อมด้วยความเยียบเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ จมูกโด่งสัน รับกับริมฝีปากสีสุขภาพดีนั้นยังคงลงตัว โครงหน้าที่กระเดียดเค้าโครงไปเหมือนประเทศที่ที่เจ้าตัวพึ่งจะกลับมา ..ยังเหมือนเดิมเลย



“นูนอ..”

“อ .. อือ”จุนโฮไหวตัวเบาๆอย่างตกใจที่ชานซองยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพราะเห็นเจ้าตัวเงียบไปเสียนาน

“แล้วเมื่อไหร่จะกลับเหรอ”เอ่ยอีกคำถามกลับไป ..นี่ก็อยากรู้เหมือนกัน


“ไม่กลับแล้วล่ะ”คำตอบที่ได้ฟังทำให้คนถาม เงยหน้าขึ้นมามองทันที ..ขนตาแพรยาวกลับปลายจมูก อยู่ใกล้เพียงนี้เอง
“ทำไมล่ะ ที่นู่นไม่สนุกเหรอ”เอ่ยถามจริงจัง คอเล็กเอียงมอง


“เรียนก็สนุกดี ..แต่เหงา”คำตอบที่ทำเอาคนบางคนหน้าแดงออกมาเบาๆ


“เหงาเหรอ ..โกหกจัง สาวอิตาเลี่ยนเขาว่าสวยไม่ใช่เหรอไง”ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าตัวเองเสียงเล็กเสียงน้อย ..เบาลงได้ถึงแค่ไหน


“เหรอ …ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า ..ที่เกาหลีดีกว่าตั้งเยอะ”เสียงทุ้มละมุนคลออยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆกำลังหยอกล้อกับใบหูขาวราวกับจะยั่วกัน ..จุนโฮบังคับตัวเองไม่ให้เงยหน้าขึ้นไปมอง 



แล้วความเงียบก็มาเยือนห้องนี้อีกครั้ง …เงียบกริบ มีเพียงเสียงฮีตเตอร์ เสียงหายใจ และหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นตุบตับแรงไปอย่างไม่ควร


ปล่อยให้ประสาทหูรับรู้ถุงแรงสั่นของหัวใจตนเอง ..จนรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าว อย่างไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
..เนิ่นนานจนไม่อยากให้เคลื่อนไปต่อ


“นานแล้วนะ ..นูนอ”เสียงทุ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ตาคู่เล็กยังคงก้มมองต้นขาสีขาวละเอียดที่ตัดกับกางเกงผ้าหนาสีเทาเข้มของอีกคน


“สองปี 4 เดือน 17วัน”เสียงใสกระซิบขึ้นแผ่วเบา .แต่ก็ดังพอจะเรียกรอยยิ้มให้คนฟังทอละมุนออกมาได้ มือใหญ่ค่อยแตะลงบนกลุ่มผมนิ่มแผ่วเบา ก่อนจะประครองดวงหน้าขาวให้ขึ้นมาสบตา

“18วันต่างหาก”ถ้าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ ..ตอนนี้เขาก็คงกำลังเปิดมันออกจนสุดความกว้าง
ดวงตาคู่เล็กสบกับตาคู่โตนิ่ง ..กับคำแก้ที่ได้ฟัง
ตอนนี้ความเงียบดูช่างหอมหวานเหลือเกิน






“นาย ..มีใครหรือยัง…นูนอ”ก่อนความเงียบแสนอึดอัดจะมาเยือนอีกครั้ง ..คำถามที่ทำให้จุนโฮต้องหลบสายตาลง มือเล็กจิกกำสาบเสื้อที่ล้ออยู่ตรงกางเกงสั้น 




“นายกำลังคบใครอยู่สินะ ..นูนอ”ชานซองพอจะสรุปเองได้เมื่อได้รับความเงียบของอีกฝ่ายเป็นคำตอบ มือที่ประครองข้างแก้มผละออกช้าๆวางไว้บนไหล่เนียนแทน
ตอนนี้ความเงียบเปรียบดังเพชฌฆาตก็ไม่ปาน






“อือ ..ฉันกำลังคบอยู่กับรุ่นพี่คนนึง พี่เขาชื่อนิชคุณ เขาเป็นคนดีมากเลย ใจดี เป็นสุภาพบุรุษ แล้วก็ …รักฉัน”ปลายเสียงผะเเผ่วเสียจนอีกคนแทบฟังไม่ออก ..แต่ก็ยังโชคร้ายที่รู้เรื่อง
..ตอนนี้เขากำลังทำอะไร เขาลืมพี่คุณไปได้อย่างไรกัน
จิกจนมือเล็กสั่นไปเสียหมด สั่นจนกระทั่งมือบนหัวไหล่โอบกุมมันไหวแผ่วเบา





“สองปี …ทำไมนายไม่รอฉันล่ะ นูนอ”คำถามที่ได้ฟัง ..เรียกน้ำตาที่ฝังอยู่ลึกลงไปในใจให้ไหลออกมาได้เสียง่ายๆ

“นายไม่เคยบอกให้ฉันรอ …ฮวาง ชานซอง”เสียงเล็กสั่นไหวมาก จนนึกเกลียดตัวเองที่ดันมาอ่อนแอเอาเสียตอนนี้ ..เสียงที่หวานแผ่วเบา ตะเบ็งกลั้วสะอื้นดังขึ้น แม้ว่าจะยังไม่เงยหน้าขึ้นก็ตาม




ชานซองเงียบไปกับคำตอบที่ได้ ..มือยาวหงายฝ่ามือเล็ก ก่อนจะเข้าไปสอดประสานไว้เสียความอุ่นค่อยๆแทรกซึมไปทั่ว ..มือใหญ่อีกข้างไล่ประครองซีกแก้มเนียนให้มาสบตาอีกครั้ง
ดวงตาสองขนาดจ้องประสานกันและกัน ..จนลมหายใจอุ่นขึ้นจนน่าประหลาด







“แต่ฉันก็ไม่เคยบอกเลิกกับนาย นูนอ จะสองปี จะสามปี จะกี่พันไมล์ จะนานแค่ไหน ..จะไกลแค่ไหน”







“..นายก็ยังคงเป็นแฟนฉันเสมอ อี จุนโฮ”จุนโฮจับจ้องสายตาที่กำลังถ่ายทอดความจริงที่อยู่ในใจออกมาสู่เขาอย่างชัดเจนและลึกซึ้ง



อีกครั้งที่ความเงียบเข้ามา ..หากแต่เป็นความเงียบที่แตกต่าง ..ครานี้จุนโฮรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังค่อยหยุดหมุนลง ..ภาพตรงหน้าเชื่องช้าแต่กลับอุ่นละมุนหัวใจจนเคลิบเคลิ้ม ละล่องลอย ..ชวนชักให้เวลาหยุดเคลื่อนไหวและสมองพลันปลอดโปร่งไปทุกเรื่องราว บรรยากาศรอบกายเขามีเพียงคนตรงหน้าที่สะท้อนเงาในแววตากันและกันเท่านั้น

ลืมเลือนไปเสียหมด ..ลืมไปหมดแล้วว่า ณ ตอนนี้เขา ..กำลังเป็นแฟนใครอยู่



..ความหวานที่กลีบปาก และความร้อนที่ปลายลิ้น กำลังทำให้ทั้งความอบอุ่นและหวานชื่นแทรกซึมไปทั้งหัวใจ 
อย่างที่ไม่เคยได้รู้สึก

..มาแสนนาน


.
.
.

TBC 

 

เรื่องนี้เอามาลงให้ได้อ่านกันค่ะเนื่องจากว่าเปิดรวมเล่มเรื่องนี้คู่กับอีกเรื่องนึง แล้วแบบบ่นให้เพื่อนฟังว่าคนสั่งน้อยจัง เพื่อนถามว่า มึงลงฟิคเรื่องนี้ในที่สาธารณะไหม *ส่ายหัวเบา ๆ * แล้วใครจะซื้อมึงงงงงงง

เค้าเลยทำตามคำบัญชาเพื่อนรักนำฟิคเรื่องนี้มาเผยโฉมต่อหน้าทุกท่านค่ะ ^^

ตอนที่สามจะลง วันที่ 20  นี้ค่ะ (กลับบ้านค่ะ แต่ว่าจะมาก่อนไหมต้องลุ้นเน็ตที่บ้าน)

ใครสนใจไปสั่งได้นะคะ

ฟอร์มสั่งฟิคCNN/KW เรื่องPhysical affection และPlay back

(เรื่องนี้รวมเล่มพร้อม Physical affection (PA)ค่ะ รวมพร้อมกันมาในธีมชีวิตรันทดของจาง อูยองเหมือนกัน ใครอยากลองอ่านตัวอย่างเรื่อง PA ในลิ๊งสั่งมีตัวอย่างให้อ่านค่ะ)

ใครเมนต์ไม่ได้ ติดแท็กทวิตก็ได้นะคะ เดี๋ยวจะได้คุยกัน ^^

แท็กนี้ค่ะ #PBkwcnn

ใครเล่นทวิตแอทได้นะคะ @bowwie0723

ใครเล่นเพสตามเพจทางขวามือได้เลยค่ะ

อ่านให้สนุกนะคะ^^

 
แล้วก็ต่อไปโบว์จะลงฟิคที่ wordpress นะคะเพราะเอ็กทีนชอบรวนบ่อย ๆ เรื่องนี้น่าจะเป็ฯเรื่องสุดท้ายที่ลงที่นี้แล้ว
ยังไงก็ตามไปอ่านและให้กำลังใจกันได้ที่ wordpress นะคะ ^^ 
 

Comment

Comment:

Tweet

LoveMe [KW&CNN&TJ&Jun.K] View my profile

_______

Recommend