[FIC-KW/CNN]PLAY BACK # 4

posted on 24 Apr 2014 20:19 by far-far-always in KhunWooFiction

title :: Play back แย่ง
chapter ::4 สักวันหนึ่ง
couple ::KW CNN ft.TJ
talk ::

เรื่องนี้กำลังเปิดรวมเล่มนะคะ

พิมพ์รอบนี้รอบเดียวไม่มีรีปรินต์

ใครสนใจ จิ้มไปสั่งได้ค่ะ

ฟอร์มสั่งฟิคCNN/KW เรื่องPhysical affection และPlay back

 

สักวันหนึ่ง

ร่างสูงใหญ่ในชุดป้องกันความหนาวกระชับผ้าพันคอรอบคอให้อบอุ่นมากขึ้น พลางสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ แนบหลังชิดกำแพงแข็งที่เย็นเยียบ ดวงตาคมกวาดมองดูตึกและต้นไม้ที่ประดับประดาธงหลากสีและป้ายพู่ต่างๆที่น้อมรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน

วาดรอยยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงคนที่ตอนนี้คงกำลังนอนหลับสบายอยู่บนที่นอนหรือไม่ก็พึ่งตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้าที่เขาทำเอาไว้ให้ อาหารอิตาเลี่ยนง่ายๆแม้อาจจะดูหนักไปสำหรับมือเช้าแต่เขาก็อยากทำให้อีกคนได้ทาน อดใจไม่ไหวที่จะดูแลจุนโฮชดเชยเวลาที่เสียไปทั้งหมด

เวลาที่เสียให้กับผู้ชายอีกคนนึง

นาฬิกาสีเบสที่ถูกปรับเวลาให้มาใช้เป็นแบบเกาหลีได้พักนึงแล้วยกขึ้นมองตัวเลขบนหน้าจอ เวลาเช้าตรู่ที่ที่น้อยคนนักจะมีเรียน แต่เขาคนนั้นก็เป็นหนึ่งในคนจำนวนน้อยนิดนั่น ถอนลมหายใจพืดยาวจนไอขาวเย็นอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าตึกเรียนของคณะเศรษฐศาสตร์

ราวครึ่งชั่วโมงที่เขามายืนรอนิชคุณ

มาเพื่อจัดการปัญหาทุกอย่างให้จบสิ้นลงเสียที อย่างน้อยก็ปัญหาที่เกี่ยวกับจุนโฮ ถ้านิชคุณอยากมีเรื่องหรือจะแย่งชิงจุนโฮกลับ เขาพร้อมจะเสียเวลาด้วยแต่เขาจะไม่มีวันปล่อยจุนโฮไปอีกเด็ดขาด ถ้าเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่เขาพร้อมจะรับไว้
แต่เขาไม่อยากจะให้จุนโฮต้องมากังวลมาทุกข์ใจอะไรอีกแล้ว
นูนอของเขาเป็นคนที่คิดมากและใส่ใจความรู้สึกคนอื่นมากเกินไป เขาไม่อยากให้นูนอต้องมาไม่มีความสุขเพราะเรื่องคนอื่น

ยกข้อมือมาดูเวลาอีกครั้ง เวลาเดินมามากกว่ารอบที่แล้วทที่มองราวห้านาที ยืดคอมองไปจนทั่วบริเวณ ก็ยังไม่เห็นคนที่เขารอมาถึงเสียที

ชานซองลองก้าวเท้าเพื่อมองสำรวจรอบๆบรอเวณนั้นหาคนที่เขาต้องการ ใบหน้าที่เขาเปิดหาและเห็นจากมือถือของจุนโฮ ตอนที่เจ้าตัวหลับอยู่ รูปของผู้ชายหน้าตาดูใจดีคนนึงที่กำลังกอดจุนโฮเอาไว้เมื่อวาเรนไทน์ปีนี้ที่กำลังจะผ่านไป เป็นรูปที่เขารู้สึกอิจฉา เพราะถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดถ้าเขาไม่ต้องไปเรียนต่อกระทันหันเพราะผลประโยชน์อันผิดพลาดของบริษัทของพ่อ

เขาแน่ใจว่าวาเรนไทน์ทุกปีของจุนโฮจะต้องเป็นเขา รวมทั้งปีที่กำลังจะมาถึงนี้

เขาต้องจัดการเรื่องของนิชคุณให้เรียบร้อย
ชานซองเดินกลับมาที่บริเวณตึกที่รออยู่แต่แรก ยังคงไม่เจอคนที่เขาตามหา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ทิ้งพลันเพ่งตาเขม็งไปตรงหน้า ชานซองกระพริบตาและมองให้แน่ใจ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้คนที่เป็นเป้าหมายของสายตา
“นี่ ขอโทษนะ”มือใหญ่เอื้อมไปแตะหัวไหล่ของคนที่พึ่งโบกมือลาชายร่างสูงบนรถมอเตอร์ไซด์ลับหายไปเมื่อครู่ ชานซองชะงักไปทันทีเมื่อคนที่เขาสะกิดทักสะดุ้งอย่างแรงแล้วถอยกรูก่อนจะหันหน้ามามองหน้าเขา ราวกับเขาเป็นยักษ์เป็นมารที่ไหน
“ขะ ขอ โทษนะครับที่เสียมารยาท”เด็กผู้ชายหน้าตาซีดเซียวมองหน้าคมพลางโค้งและระล่ำระลักขอโทษ ชานซองยกมือโบกไม่มาราวกับบอกว่าไม่เป็นไรแล้วส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

คนตรงหน้าดูหวั่นกลัวและขี้ตกใจราวกับเด็กอนุบาลที่พึ่งเริ่มเรียนวันแรกดูไม่คล้ายนักศึกษาเลยสักนิด ถ้าเกิดไม่เคยเห็นในรูปถ่ายที่ถ่ายคู่กับจุนโฮก็คงไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเด็กมหาลัย
“คือขอโทษนะพอดีฉันมีเรื่องรบกวนจะถามนายน่ะ”คนตรงหน้ากระชับสายกระเป๋าเป้แล้วกำมันไว้แน่นขณะมองใบหน้าคมคายที่ดูๆแล้วก็คล้ายชาวต่างชาติไม่น้อย ต่างตรงพูดจาภาษาเกาหลีได้คล่องปรื๋อ

“นายรู้ไหมว่าตอนนี้นิชคุณอยู่ไหน” พอเอ่ยถามได้เท่านั้นร่างสูงก็ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อคนตรงหน้าเขาตัวสั่นเทาขึ้นมาทันที มือที่กำจิกสายกระเป๋าอยู่ออกแรงกำมากขึ้นจนฝ่ามือเกร็งสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่กลมเริ่มแดงและมีน้ำตาคลอ เจ้าของดวงตาคมโตมองดูอย่างตกใจ

“อย่าพึ่งร้องไห้สิ ฉันขอโทษนายอาจจะตกใจที่ฉันมาถามอะไรแปลกๆ แต่นายเป็นเพื่อนของจุนโฮใช่ไหมล่ะ”ยิ่งแปลกใจเมื่อเอ่ยชื่อจุนโฮ แล้วคนตรงหน้าทำท่าจะเดินหนีไปจากเขา ขาที่กำลังสั่นเทาคู่นั้นก้าวถอยหลังอย่างช้าๆจนชานซองกลัวคนตรงหน้าจะล้ม

“คะ คุณเป็นใคร มีอะไรกับสองคนนั้น”เสียงแหบพร่าถามอย่างสั่นสะท้าน ปากอิ่มสีซีดสั่นระริกจนคนมองนึกสงสาร

“ฉันชื่อฮวาง ชานซอง ตกลงนายรู้ไหมว่านิชคุณอยู่ไหน เฮ้ยยย”ชานซองร้องอย่างตกใจเมื่อคนตัวเล็กตรงหน้าเขาจู่ๆก็ล้มวูบลงมาต่อหน้าต่อตา วงแขนกว้างรีบเข้าไปโอบรับร่างเล็กนั้นไว้ก่นจะล้มลงกระแทกพื้น แขนแกร่งโอบรับไว้แล้วประครองด้วยสองมือมือหนาแตะใบบนแก้มที่ดูเยอะเกินผู้ชายทั่วไป แก้มเนียนร้อนจัดตัดความเย็นจนชานซองรู้สึกสะดุดใจ มือหนาตบเบาๆไปที่แก้มนิ่ม แต่คนในอ้อมกอดดูจะไม่ได้สติคืนมานอกจากตัวที่สั่นเทาและน้ำตาที่ไหลออกมาจากตาที่ปิดสนิท
“เฮ้ คุณ คุณ คุณได้ยินผมไหม ได้ยินผมหรือเปล่า”ชานซองเขย่าร่างเล็กในอ้อมแขนอีกครั้ง เรียกและพูดคุยด้วยหลายครั้งแต่คนในอ้อมกอดก็ไม่ได้รู้สึกตัวขึ้นมาเลย น้ำเสียงของชานซองไม่ได้แทรกซึมเข้าไปในโสตประสาทของร่างเล็กแม้แต่น้อย

เพราะสิ่งเดียวที่ดังก้องอยู่ในหัวของคนหมดสติตอนนี้คือน้ำเสียงและถ้อยคำร้ายกาจที่ถูกนิชคุณพูดใส่และกระซิบตอกย้ำลงข้างหู ค่ำคืนสุดท้ายที่เขาได้พบนิชคุณ ชื่อของ ฮวาง ชานซอง คือหนึ่งในประโยคที่เริ่มต้นคืนนั้น คำคืนแห่งความหวาดกลัว

…..
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงเป็นลม”เสียงของใครบางคนที่ไม่คุ้นหูทำให้เปลือกตาที่บวมช้ำขยับไปมาเล็กน้อย สิ่งแรกที่เห็นคืออะไรบางอย่างขาว ๆ ที่แสนเลือนลาง

“โอเค นายไปได้แล้ว เดี๋ยวพี่ดูแลเอง”เสียงที่คุ้นหูอีกเสียงเอ่ยขึ้นมา พร้อมเสียงฝีเท้าและเสียงประตูที่ดังขึ้นเพราะว่าสติกำลังเบลอเลือนเลยทำให้อูยองเจาะจงลงไปไม่ได้ว่าเจ้าของเสียงคุ้นหูนี้เป็นเสียงใคร

เสียงที่นุ่มทุ้มต่ำแบบนี้ ..หรือจะเป็นเสียงของพี่แทคเหรอ

“พี่แทค พี่แทคใช่ไหม”อูยองเอ่ยเรียกคนรักของพี่ชายเสียงพร่า ตอนนี้เขาพอจะตั้งสติได้แล้วว่าเขาเป็นลมเพราะร่างกายยังคงอ่อนเพลียอยู่มากแม้จะพักผ่อนและพักฟิ้นมาหลายวันแล้วแต่เขาก็ไม่อยากจะขาดเรียนนานนักวันนี้ก็เลยดื้อออกมาเรียน และเขาก็ตกใจมากเช่นกัน เขาได้เจอแล้วคนคนนั้น คนที่ชื่อชานซองคนที่ทำให้เขาต้องเจอนิชคุณผู้แสนโหดร้าย

ไม่สิตัวเขาเองต่างหากที่ไปเรียกนิชคุณที่แสนใจร้ายมาหาตัวเขาเอง

พอคิดถึงเรื่องนี้อูยองก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ มือบางยกขึ้นซับเช็ดดวงตาตัวเอง ร่างเล็กสั่นเทาไม่น้อยอยู่บนเตียง

“พี่แทคกลับห้องกันเถอะ”เอ่ยบอกเมื่อเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาใกล้ วันนี้เขาไม่อยากเรียนแล้ว เขาอยากกลับไปหาพี่เจย์ ซึ่งนี่ก็คงเป็นหน้าที่ที่พี่เจย์ไหว้วานให้พี่แทคมาทำเหมือนกัน

“มีความสุขกับการอยู่กับแฟนคนอื่นจริงนะนายเนี่ย”แต่เสียงทุ้มแข็งกับประโยคใจร้ายที่พี่แทคไม่มีวันจะเอ่ยบอกกับเขาทำให้อูยองเงยหน้าขึ้นมองคนที่นั่งลงตรงปลายเตียงอย่างตกใจ

“ฉันไม่ใช่ผีซะหน่อย”เสียงทุ้มตอกกลับมาเมื่อเห็นว่าตาเล็กของอูยองเบิกโตกว้าง ฟันนั้นกัดลงบนปากอิ่มจนแน่น ลำตัวบางสั่นเทาขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่

“พี่ พี่คุณ”อูยองพึมพำเสียงสั่นแล้วก็เริ่มร้องไห้อีกครั้งอย่างหวาดกลัว เขาหวังแค่ว่าจะกลัวมากจนสลบไปอีกครั้ง จะได้ไม่ต้องเจอน้ำเสียง ไม่ต้องเจอสายตาและถ้อยคำใจร้ายอะไรจากนิชคุณอีกแล้ว

เท่านี้เขาก็เจ็บเกินพอแล้ว

“เลิกบีบน้ำตาได้ละ คิดว่าฉันเป็นพวกแพ้น้ำตาหรือไง”ประโยคที่บอกนั้นมันเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาจนหัวใจคนฟังหนาวสั่น อูยองพยายามกลั้นเสียงสะอื้น มือบางพยายามเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วไหลออกมาอีกให้หมด

การพยายามหยุดร้องไห้มันช่างแสนทรมาน ไม่ต่างจากการพยายามที่จะหยุดรักเลย

“โธ่เว้ย”นิชคุณสบถแล้วพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว อูยองกัดปากจนแน่นแล้วหลับตาบี๋ ถ้านิชคุณตบเขาหรือกระชากกันอีกมันต้องเจ็บมาก ๆ แน่นอนเลย หัวใจดวงนี้คงยิ่งเจ็บลงกว่าเดิม

แต่สิ่งที่ได้รับกลับผิดคาดอูยองสัมผัสถึงความอบอุ่นและแผ่วเบาของเนื้อผ้าที่ซับลงบนใบหน้า ตาคู่แดงกร่ำค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาเขามองเห็นนิชคุณกำลังกำผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดเหงื่อของนักกีฬาอยู่ตรงหน้าของเขา

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว”มือหนาทิ้งผ้าในมือไว้บนตักเขาก่อนจะขยับห่างออกไปเล็กน้อย

“เอาไปทิ้งให้ด้วยผ้าผืนนั้นน่ะ”น้ำเสียงเจาะจงถึงผ้าที่เช็ดน้ำตาให้อุยองเมื่อคู่ มือบางหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หัวใจนั้นปวดหนึบเสียกว่าเก่า

นิชคุณทั้งเกลียดและรังเกียจเขาเลยสินะ แม้แต่หยดน้ำเล็ก ๆ ที่ออกมาจากร่างกายของเขามันก็ช่างแสนน่ารังเกียจ

“ผม..”อูยองพึมพำได้แค่นั้นเพราะแค่พอเงยหน้าขึ้นมองหน้านิชคุณเขาก็อยากจะร้องไห้ออกมาอีกแล้ว ร่างเล็กก้มหน้ามือบางจิกกำผ้าในมือไว้จนแน่น

“จะโกหกอะไรฉันอีกล่ะ คนเสแสร้ง”เสียงของนิชคุณทุ้มต่ำและกราดเกรี้ยว มือหนากระชากร่างบางให้เข้ามาใกล้ ตาโตที่แข็งกร้าวจ้องมองหน้าอูยอง เมื่อใบหน้ากลมเบือนหลบมืออีกข้างก็บังคับให้อูยองเงยหน้าขึ้นมาจ้องตาที่แสนเย็นชานั้น

“ไหนคืนนั้นว่าไม่รู้จักกับไอ้คนที่ชื่อชานซองไง แล้วไอ้คนที่ฉันเห็นว่าพานายมาที่ห้องพยาบาลนั่นมันใคร นั่นมันไอ้ชานซองชัด ๆ ไอ้คนที่ทำให้จุนโฮทิ้งฉันไป”กัดฟันจนแน่นมือที่บีบข้อแขนไว้ยิ่งออกแรงมาขึ้นจนอูยองรู้สึกปวดแปลบไปทั้งแขน แต่คงไม่เท่ากับความรู้สึก

ที่นิชคุณมาอยู่ตรงนี้ มารอเขาตื่นมาเฝ้ากัน มันไม่มีความห่วงใยแม้สักเพียงเสี้ยวเดียวงั้นสินะ นิชคุณตามมาเพียงเพราะเห็นชานซองอะไรนั่นอยู่กับเขา

เข้ามาหาเขาเพียงเพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับจุนโฮ

“ผมไม่รู้จักเขา”อูยองตอบไม่ดังนักด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้ชัดเจนเท่าไหร่

“โกหก คนไม่รู้จักอะไรคุยกันอยู่ได้ตั้งนานสองนาน แล้วพอนายล้มปุ๊บไอ้หมอนั่นก็รีบรับเป็นห่วงเป็นใยพานายมานี่ทันที ถามจริงเถอะรางวัลจากการมาแย่งจุนโฮไปให้มันน่ะ จะได้เป็นเมียน้อยมันเหรอ หรือจะได้อะไร หรือมันนั่นแหละที่จะแย่งจุนโฮไปจากฉันไปให้นาย”อูยองกัดริมฝีปากที่สั่นเครือลงไปอีกครั้งอย่างแรงไม่ให้หลุดสะอื้น ไม่ให้หลุดเสียงร้องออกมาจากข้อมือที่โดนบีบจนแน่น หรือจากหัวใจที่แทบไม่เหลือดีในตอนนี้

ยอมเป็นเมียน้อย ..นั่นสิเขาก็เคยคิดจะทำอยู่นี่น่า เคยคิดนี่นะว่าถ้าแย่งพี่คุณมาไม่ได้จริง ๆ อย่างน้อยยอมเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ในชีวิตที่พี่คุณรักและกอดกันอย่างอ่อนโยนก็ยังดี เคยคิดลดค่าตัวเองเพื่อทำเรื่องต่ำช้าก็กับพี่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

“ผมไม่เคยดีในสายตาพี่เลยเหรอ”นี่คือคำถามที่เขาอยากถามตั้งแต่คืนนั้นแล้ว เขามันไม่มีดีในสายตานิชคุณเลยเหรอ ร่างสูงถึงได้คิดว่าเขาจะทำเรื่องเลวร้ายอะไรมากมายขนาดนั้น แต่ก็นะเขาก็คิดจริง ๆ นี่ก็จะแย่งพี่คุณอยู่นี่นะ ก็สมควรแล้วล่ะ

ไม่มีคำตอบจากนิชคุณมีเพียงสายตาเย็นชาที่มองกันนั่นมันก็เลวร้ายมากพอแล้ว อูยองพยายามจะเบือนสายตาหลบดวงตาคู่นั้น

เขาอยากเห็นประกายรอยยิ้มในดวงตาคู่นั้น อยากเห็นความอบอุ่นและความใจดีที่เคยเห็นมา

อยากเห็นอะไรมากมายที่ไม่ใช่ความเย็นชาและใจร้ายแบบนั้น
พี่คุณที่แสนใจดีของเขาอยู่ที่ไหนกัน

“นายรู้อะไรไหมอูยอง”นิชคุณคลายแรงที่บีบข้อมือขาวออก มือหนาลูบไล้แก้มขาวอย่างแผ่วเบาจนอูยองรู้สึกหวาดกลัวกว่าเดิม มันเหมือนคืนนั้นเริ่มด้วยความใจดี แต่จบลงด้วยความใจร้ายถึงที่สุด

“พี่น่ะให้เกีริ์ตจุนโฮ ฟังทุกคำขอร้องที่จุนโฮขอ พี่คบกับเขามาสองปีเราจูบกันไม่ถึงสิบครั้ง เราไม่เคยมีอะไรกันสักครั้งเพราะจุนโฮขอไว้ เขายังไม่พร้อม พี่ก็รอได้ พี่ไม่เคยคิดเลยที่จะหักหาญน้ำใจของจุนโฮ ไม่เลยสักครั้ง”

ไม่แม้แต่จะคิดหักหาญน้ำใจของจุนโฮ แต่ทำกับเขาได้อย่างนั้นสิ ไม่เคยคิดถึงใจกันเลยงั้นสิ

“แต่จู่ ๆ จุนโฮก็มาขอเลิกกับพี่แล้วก็บอกว่าพี่ไม่ได้ผิดอะไร พี่ดีเกินไป เขาผิดเองที่รักคนอื่นมากว่าพี่ เขาขอโทษพี่ เขาร้องไห้และบอกพี่ว่าขอโทษจริง ๆ ที่เขารักฮวาง ชานซองมากกว่า แล้วเขาก็บอกพี่ว่านายน่าจะเป็นคนที่พี่ต้องการมากกว่า”นิชคุณเล่าด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ตรงมุมปากเมื่อเอ่ยถึงจุนโฮ อูยองพยายามจะหรี่ตาให้เล็กที่สุดเขาไม่อยากเห็นรอยยิ้มใจดีนี้แล้ว รอยยิ้มที่ยิ้มเพื่อคนอื่น

“ตอนแรกวันที่ไปดูหนังพี่เสียใจมากที่จุนโฮทิ้งพี่ พี่ยังสับสนกับทุกคำที่จุนโฮบอก ซึ่งพี่กะว่าจะมาถามจากนายหลังจากเราดูหนังด้วยกันจบ แต่พี่ก็ไม่รู้สึกเสียใจและโกรธเท่าตอนที่ได้ยินนายคุยโทรศัพท์แล้วบอกว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน พี่กับจุนโฮต้องเลิกกันแน่นอน นายบอกว่าอะไรนะ ไม่ต้องห่วงคนดี ๆ อย่างพี่คิดไม่ถึงแผนร้าย ๆ แบบนี้หรอก ก็พี่น่ะมันเป็นคนดีจะตายไปนี่น่าใช่ไหม”มือหนาลูบแก้มนิ่มแผ่วเบา แต่สายตาเกรี้ยวกราดนั้นที่จ้องมองมากกว่าที่ทำให้หัวใจรู้สึกเจ็บ เพราะแววตาของนิชคุณมันทั้งเกรี้ยวกราดและเจ็บปวด

“เพราะพี่เป็นคนดีอีกแล้วสินะ คนดี ฮึ คนโง่น่ะสิ”หัวเราะหึแต่แววตานั้นแข็งกร้าวเสียเหลือเกิน

“คืนนั้นพี่เลวสมใจนายไหมล่ะ จาง อูยอง”มือหนาดันไปหน้าในฝ่ามือทิ้งแล้วเคลื่อนไปจับที่ข้อมือของอูยองอีกครั้ง

ใช่คืนนั้นน่ะ นิชคุณเลวพอจริงๆ แต่แผนการนั้นที่เขาคุยเขาคุยถึงการแย่งพี่คุณ เขาบอกมันกับพี่เจย์เพื่อไม่ให้พี่ชายต้องเป็นห่วง เขาไม่ได้บอกมันกับชานซองเสียหน่อย แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องที่เลวจริง ๆ สมควรแล้วล่ะ จาง อูยอง

อูยองนั่งนิ่งเงียบ เขากำลังเสียใจกำลังรู้สึกน้อยใจเหลือกำลัง

“ทั้งหมดก็เพื่อจุนโฮงั้นเหรอครับ”คำถามสั้น ๆ ที่อยากรู้เหลือเกิน

“คิดว่าทำเพื่อนายงั้นเหรอ” เข้าใจแล้ว เขาเข้าใจมันดีพอแล้วล่ะ

“พี่จะมาพูดแค่นี้งั้นเหรอครับ”เสียงที่พร่าสั่นนั้นเบาลงกว่าเดิมเสียอีก อูยองเบี่ยงหน